Make your own free website on Tripod.com
   กรรมการ กรมศาสนาสรุปรายงาน คำสอนของวัดพระธรรมกาย ขัดหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา
นายบุรี แก้วเล็ก  ผู้อำนวยกองศาสนาศึกษา กรมศาสนา ได้ทำหนังสือลงวันที่ 30 ธันวาคม 2541  ส่งตรงถึงอธิบดีกรมศาสนา ระบุหลังจากตั้งคณะกรรมการกลุ่มวิชาการศึกาาและจริยธรรม วิเคราะห์พฤติกรรมของวัดธรรกายแล้ว ขณะนี้คณะกรรมการ
ได้สรุปผล การสอบสวนแล้วในประเด็นต่างๆ 4 ประเด็นด้วยกัน
ส่วนการตรวจสอบนั้น ทำเทียบเคียงกับข้อมูลในหนังสือ 94 เล่ม แต่ไม่ได้ตรวจสอบเทปและวิดีโอของวัดพระธรรมกาย
แต่อย่างใด
ประเด็นที่คณะกรรมการชุดนี้ทำการศึกษาวิเคราะห์นั้นประกอบด้วยเรื่อง พระนิพพาน เป็นอัตาาตามคำสอนของวัดพระธรรมกาย
หรืออนัตตา ตามคำสอนของพระพุทธศาสนากันแน่ ประเด็นต่อไปเน้นที่การเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามมาด้วยเรื่องของการ
ทำบุญและการสร้างพระพุทธรูปเป็นประเด็นสุดท้าย
ในรายงานฉบับนี้คณะกรรมการตั้งข้อสังเกตุว่า ปัจจุบันมักจะมีการอธิบายหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยการใช้ความรู้ของผู้อธิบายและผู้สอนเป็นหลักโดยไม่ได้ยึดหลักในพระคัมถีร์ จึงทำให้ข้อความในบางตอนคาดเคลื่อน
จากหลักธรรม ก่อให้เกิดความสับสน ต่อพุทธศาสนิกชนทั่วไป
คณะกรรมการยังได้อ้างข้อความในหนังสือ พระนิพพาน อนัตตา ของพระธรรมปิฎก พิมพ์ครั้งที่ 3เมื่อเดือน พ.ค. 2539
ที่ระบุว่า การแสดงหลักธรรมสำคัญให้ผิดเพี้ยนด้วยวิธีบิดเบือนอำพรางหลักฐาน นี้สิ เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง
ยิ่งกว่าพฤติการของบุคคล บางกลุ่มบางคณะที่มัวหมองวุ่นวายเสียอีก เพราะเป็นการทำลายถึงรากเหง้าของพระพุทธศาสนา
หรือเป็นการลบล้างพระพุทธศาสนาออกไปเลย ซึ่งร้ายแรงกว่า การประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัยที่เป็นเพียงการทำสกปรก
เปรอะเปื้อนแก่พระสาสนา ซึ่งเราสามารถชำระล้างออกไปได้
สำหรับการศึกษาของคณะกรรมการในประเด็นพระนิพพาน เป็น อัตตา หรือ อนัตตานั้น สรุบผลการศึกษาได้ว่า หลักจากที่พิจารณาตามคำภีร์ทางพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่มีหลักฐานในคัมภีร์เล่มใดเลย ที่กล่าวถ้อยระบุลงไปอย่างชัดเจนว่า
นิพพานเป็นอัตตา แต่มีหลักฐานในคัมภีร์หลายเล่มที่ระบุลงไปว่า นิพพานเป็น อนัตตาตามพระคัมภีร์เหล่านี้ นัตตาหมาย
ความว่า ธรรมคือนิพพาน สูญ (ว่าง) จากอัตตา เพราะไม่มีอัตตา แต่ปรากฎว่า เอกสารเผยแพร่ของวัดทางธรรมกายกลับกล่าวว่า
นิพพานนั้นเป็น อัตตา อย่างชัดเจน เช่นในหนังสือ มงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท พระสมชาย ฐานวุฑโฒ หน้า 324 ระบุว่า นิพพานเป็น อัตตา เป็น ตัวตนที่แท้จริง บังคับบัญชาได้เที่ยงแท้แน่นอนไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ
ในหนังสือ กำเนิดโลกและมนุษยชาติของพระ เผด็จ ทตตชีโว รองเจ้าอาวาส หน้า 49 ย่อหน้าแรกที่เขียนเอาไว้ว่า ธรรมกายเกิด
ด้วยอำนาจบุญ ที่เราสร้างมาดีแล้ว ด้วยตาของเราเอง ด้วยความเพียรไม่ย่อหย่อน ด้วย หิริโอตตัปปะ ด้วยอัตตาหิอัตโนนาโถ
ด้วยกำลังความสามารถของเราเองนี่แหละ เป้น นิจจังเป็นสุขขัง (ที่ถูกเขียนว่า สุขัง)เป็นอัตตา ถึงเวลานั่นแหละเข้านิพพาน
นี่ก็เป็นอย่างนี้ นี่คือสภาพของโลกเรา
ในประเด็นที่2 เรื่องการเผยแพร่พระพุทธศาสนา กรรมการชุดนี้สรุปตามนัยที่พระพุทธองค์ ทรงประสงค์ได้ใจความว่า
การเผยแพร่พระพุทธศาสนา ก็เพื่อให้บุคคล เข้าถึงหลักธรรมให้บังเกิด ประโยชน์เกื้อกุลและความสุขแก่มหาชน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ
พระพุทธองค์มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงหลักธรรม เป็น สรณะ มากกว่าเข้าถึงวัตถุ เป็น สรณะ เมื่อบุคคลเข้าถึงหลักธรรมแล้ว
จะมุ่งปฎิบัติบูชามากกว่า อามิสบูชา ดังปรากฎในพระไตยปิฎกบาลี เล่ม 20 ข้อ 402 หน้า 117
รายงานของกรรมการระบุว่า แต่ปัจจุปันดูเหมือนว่าการส่งเสริม อามิสบูชา จะมีมากกว่าการ ปฎิบัติบูชา จะเห็นได้จากที่วัดต่างๆ
ได้มีการชักชวนให้ทำบุญสร้างถาวรวัตถุมากกว่า และมีวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อพระพุทธสาสนาอย่างยิ่ง
ในประเด็นที่ 3 เรื่องการทำบุญ (บริจาคทาน) และศิล คณะกรรมการอธิบายว่า หมายถึง การทำบูญบริจาคทรัพย์เพื่อการใดๆ
ต้องมีเจตนาบริสุทธิ์ทั้ง 3 การ จึงจะถือว่า เป็นการบริจาคทานอย่างแท้จริงและการบริจาคทาน ก็ต้องมีการเลือกให้เช่นเดียวกัน
พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญซึ่งมีปรากฎในพระไตรปฺฏก ฉบับสยามรัฐเล่ม 15 ข้อ 99 ในหน้า 30
สรุปในประเด็นนี้ก็คือ การให้ทานก็จำเป็นจะต้องเลือกผู้รับว่าเป็นคนดีมีศิล ส่วนผู้รับทาน ก็อย่าได้ถือโอกาศ สร้างความสับสน
ให้แก่ผู้ให้ทานเพื่อหวังผลหรือรับบริจาคอย่างเดียว เพียงอ้างเงื่อนไขของคำว่า "บุญ" หรือ "บารมี" เท่านั้น ไม่ควรถือโอกาศ
เอาความไม่เข้าใจหลักการทำบุญของผู้ให้ทาน โดยผู้โน้มน้าวให้บริจาค โดยไม่คำนึงถึงว่า ผู้บริจากจะเข้าใจธรรมะ ถูกต้องหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์เองจะต้องมุ่งสอนให้ผู่ให้ทาน เข้าใจธรรมะหรือการทำบญอย่างถูกต้อง (นสพ.แนวหน้า 1ม.ค. 2542)
 
 
  Index   Back