Make your own free website on Tripod.com

กลยุทธพระภาวนาวิริยะคุณ (เผด็จ ทัตตะชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

    วันนี้ดิฉันได้มีโอกาสนั่งอ่านกระทู้ของกระดานข่าวฯอันนี้ตั้งแต่กระทู้แรกเรื่อยมา รู้สึกสลดใจมากที่พบว่ามีผู้ที่หลงโง่งมงายไปกับวัดพระธรรมกายมากทีเดียว แต่ละท่านออกมาช่วยกันปกป้องวัดนี้กันอย่างสุดฤทธิ์สุดตัว ราวกับปกป้องศาสดาของตน แต่หารู้ไม่ว่ากำลังโง่เขลาปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทำลาย พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า
    อย่างที่เคยเล่าให้ฟังในกระทู้ก่อนๆมาแล้วว่าดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยโง่งมงายหลงผิดไปกับวัดธรรมกาย แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าลัทธิของวัดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ขืนทนเป็นศิษย์วัดนี้อยู่ก็จะเป็นการสั่งสมความเห็นที่ผิดให้ติดตัวไปอีกหลายภพหลายชาติ วันนี้ดิฉันจึงทำทานไถ่บาปด้วยการนำเรื่องที่จริงที่พบเห็นในวัดนี้มาเล่าให้พวกเราฟัง เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการที่คนที่อ่านจะได้ใช้วิจารณญาณของตนดูเอาเองว่า วัดนี้เขาทำกันขนาดไหน และหวังว่าจะมีโอกาสทำให้ผู้ที่หลงผิดงมงายไปกับวัดนี้ตาสว่างขึ้นมาบ้าง แม้สักคนเดียวก็ยังดี และดิฉันจะขออาสาทำหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างให้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการที่ท่านถูกล่วงเกินจาบจ้วงพระธรรมวินัยในครั้งนี้

    เดิมทีวันนี้ดิฉันตั้งใจว่าจะนำเรื่องที่ดิฉันเคยขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพกับวัดพระธรรมกาย มาเล่าให้ฟัง แต่พอดีนึกเรื่องสนุกๆเรื่องหนึ่งได้จึงอยากเอามาเล่ามากกว่า
    เมื่อวันอาทิตย์วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนดิฉันไปร่วมพิธีถวายข้าวพระพุทธเจ้ากับวัดพระธรรมกายด้วยในช่วงเช้า วันนั้นดิฉันไปกับน้องชายให้เขาขับรถไปให้ พอเสร็จพิธีช่วงเช้าดิฉันกำลังจะกลับ พอดีได้มีโอกาสนมัสการพระรูปหนึ่งที่สนิทคุ้นเคยกันท่าน ท่านเป็นพระใน เป็นกรรมการรูปหนึ่งของวัดด้วย ท่านกำลังจะเข้าไปประชุมกับพระรูปอื่นๆ ดิฉันจึงอาสาให้น้องชายขับรถไปส่งท่านที่อาคารภาวนา (คอนโดฯที่พักของสงฆ์ภายในวัด ลักษณะเหมือนคอนโดฯหรูๆทั่วไป) แล้วจากนั้นให้น้องชายรอท่านเพื่อขับรถพาท่านไปประชุม ไม่อยากให้ท่านเดินไกลเพราะว่าวัดใหญ่เหลือเกิน
    ช่วงนั้นวัดเริ่มมีข่าวถูกสื่อมวลชนโจมตีแล้ว เมื่อส่งท่านไปที่อาคารสำนักงานใหญ่ที่ท่านไปประชุมแล้วดิฉันกับน้องชายก็จะกลับ แต่พอดีเห็นห้องประชุมโล่งหน้าต่างเปิดหมด จึงอยากรู้ว่าท่านประชุมเรื่องอะไรกัน ก็เลยชวนน้องชายไปแอบฟัง (คงบาปเหมือนกันแอบฟังพระประชุมกัน)
    แทบไม่เชื่อสายตาและหูตัวเองเลยค่ะ ได้เห็นได้ฟังท่านทัตตะชีโวกำลังตะเบ็งเสียงลั่นในที่ประชุม ราวกับว่าเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ ท่านโกรธแค้นมากที่วัดกำลังถูกโจมตี ท่านโวยวายว่า "เป็นเพราะไอ้ยอม(หมายถึงพระพยอม)แท้ๆ มันอิจฉาที่เราได้เงินทำบุญเยอะๆทีละหมื่นทีละล้าน ในขณะที่มันมีคนทำบุญแค่ครั้งละสิบยี่สิบ…" ได้ฟังแล้วเรียกได้ว่าหมดศรัทธาในตัวท่านเลยค่ะ ความสำรวมไม่มี กริยาอาการเหมือนโจร นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างนะคะ
    วันนั้นที่ประชุมวัดฯวางแผนว่าต่อไปนี้ ต้องสร้างแต่ภาพในแง่บวกออกไปให้ได้ กลยุทธหนึ่งที่วางกันในที่ประชุมวันนั้นก็คือวิธีที่เรียกว่า "ลบเจอลบ กลายเป็นบวก" เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะจะเล่าให้ฟัง รู้ไหมค่ะข่าวที่ท่านเจ้าอาวาสได้สัญชาติอเมริกาและได้กรีนการ์ดนั้นที่จริงแล้วปล่อยออกมาจากข้างในวัดธรรมกายเอง เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนหลงทาง สื่อทั้งหลายก็ตกหลุมประโคมข่าวกันใหญ่ เพื่อให้สุดท้ายออกมาว่าไม่มีจริง วัดก็ได้เอามาอ้างได้ว่าเห็นไหมว่ากันสุ่มสี่สุ่มห้า พิสูจน์ออกมาแล้วท่านธัมมชโยก็บริสุทธิ์ เล่นเอาสานุศิษย์ที่เกือบจะหูตาสว่างหันหลังกลับเข้าวัดกันยกใหญ่ เรียกได้ว่ากลยุทวิชามารของท่านได้ผลใช้ได้ทีเดียว แต่อย่างไรเสียเรื่องที่ผิดอื่นๆที่เขาขุดค้นเจอกันจริงๆมันมีมากเกินกว่าที่กลยุทนี้จะเบี่ยงเบนได้ เรื่องจึงไม่จบง่ายๆอย่างที่ท่านคิด

    นี่เป็นอีกเรื่องนะคะที่ดิฉันแอบไปประสบเข้าโดยบังเอิญจึงมีโอกาสเก็นมาเล่า ตอนนี้ดิฉันคิดได้แล้วว่าดิฉันน่าจะกลับเข้าไปในวัดนี้อีกดีกว่า แต่คราวนี้จะกลับเข้าไปหาเรื่องจริงเหล่านี้มาเล่าให้พวกเราฟังดีไหมจ๊ะ

    แล้วพรุ่งนี้ดิฉันจะมาเขียนเล่าให้ฟังเรื่องที่ดิฉันเคยขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพกันท่านธัมมชโยนะคะ

คำถามจากคุณ: โง่งมงาย 3 มีนาคม 2542 เวลา 23:26:06:


    แหมไม่อยากรอเลย อดใจไม่ไหว ขอบคุณคุณ กัลยาณมิตร มาก ขอพระพุทะเจ้าจงคุ้มครองให้คุณพบแต่ความสุขความเจริญ
คำตอบจากคุณ: แมน 4 มีนาคม 2542 เวลา 4:16:30
    ขอบคุณมาก
คำตอบจากคุณ: คนไทย 4 มีนาคม 2542 เวลา 6:56:56
    เยี่ยมแท้ๆ คุณกัลญาณมิตร
    คุณพ้นความงมงายได้ แถมยังออกมาคอยช่วยกันคนอื่นไม่ให้หลงผิดไปกับลัทธิธรรมกายอีก
    ผมขอแสดงความชื่นชมคุณจากใจจริง

คำตอบจากคุณ: โลภบุญ บุญสุดฤทธิ์ 4 มีนาคม 2542 เวลา 10:39:14
    ผมได้อ่านข้อความของคุณแล้ว ผมไม่สนใจหรอกนะว่าที่คุณเล่ามาจะจริงหรือไม่จริง แต่อยากถามว่าเคยเข้าวัดมากี่ครั้งแล้วครับ ถ้าเข้ามาหลายครั้งคุณก็น่าจะเห็นสิ่งที่ดีๆที่วัดพยายามทำ พยายามสร้างให้เกิดขึ้นแล้วคุณไม่เห็นเลยบ้างหรือครับการที่มีคนมาเข้าวัดมานั่งสมาธิปฎิบัติธรรมมากๆมันไม่ดีหรือครับ การที่มีคนมานั่งฟังธรรมมากๆ มันไม่ดีหรือครับ แล้วเห็นสาธุชนที่มามั๊ยครับคนมีการศึกษาก็มาก พวกเค้าเหล่านั้นโง่หรือครับไม่มีการศึกษาหรือครับ คุณมองในแง่ที่ดีบ้างหรือเปล่าครับ ไม่ใช่เห็นคนอื่นเค้าโจมตีกันเลยเอามั่ง คนเหล่านั้นเค้าไม่เคยเข้ามาดูนี่ครับว่าวัดเค้าทำอะไรกันมั่ง เขียนข่าวกันส่งเดช เคยรู้บ้างหรือเปล่าคุณเชื่อข่าวที่เค้าเขียนหรือคุณให้ปลายปากกา หรือสถานีโทรทัศน์บางช่องตัดสินว่าใครดีใครเลว ใครผิดใครถูกหรือครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็เสียใจกับคุณด้วยหวังว่าข้อความนี้ของผมคงทำให้คุณตาสว่างขึ้นบ้าง อย่างน้อยคุณก็เคยเข้าใกล้ทางธรรมบ้างแล้ว
คำตอบจากคุณ: คนเคยเข้าวัดเหมือนกัน 4 มีนาคม 2542 เวลา 20:22:43
    ผมว่าคุณ "คนเคยเข้าวัดเหมือนกัน" กับ คุณ "โง่งมงาย" น่าจะเปลี่ยนามปากกากันนะ คนอ่านจะไ้ไม่สับสนว่าใครโง่กันแน่
คำตอบจากคุณ: 027 4 มีนาคม 2542 เวลา 21:57:15
    คุณโง่งมงาย คุณมีดวงตาเห็นธรรมแล้วครับ สติมาปัญญาเกิด เล่าอีกครับผมจะรอ
คำตอบจากคุณ: แมน 4 มีนาคม 2542 เวลา 22:39:56
    ขอบคุณค่ะคุณคนเคยเข้าวัด ดิฉันแน่ใจค่ะว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะดิฉันเคยเข้าวัดนี้มาแล้วได้พบได้เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดิฉันจึงถอย ดิฉันเคยถึงขั้นทำบุญเป็นล้าน ทุกวันนี้ดิฉันยังเก็บพระรัตนะชาติ อันเป็นของขวัญสำหรับคนที่ทำบุญครบล้านอยู่เลยค่ะ ดิฉันจะเก็บไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งดิฉันเคยหลงผิด และจะไม่หลงผิดอีก
    ด้วยความปารถนาดีจริงๆนะคะ เปิดตาให้กว้าง มองให้ลึก ถอนตัวออกจากวัดนี้เถอะคะ
คำตอบจากคุณ: โง่งมงาย 4 มีนาคม 2542 เวลา 22:51:14
    ถึง คุณเคยเข้าวัดเหมือนกัน ผมไม่แปลกใจอะไรที่ได้อ่านความคิดของคุณที่เขียนโต้ตอบคูรโง่งมงาย ในกระทู้นี้ หรือในกระทู้อื่นๆ เพราะสิ่งที่คุณเขียนเป็นสิ่งที่วัดพระธรรมกายเขาพยายามทำให้คนที่เข้าวัดของเขาเชื่ออย่างนั้น น่าเสียดายนะครับที่คุณหลงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำลายพระพุทธศาสนา เพียงเพื่อสนองความโลภอันไม่มีสิ้นสุดของคน(พระ)เพียงไม่กี่คน(รูป) ผมหวังว่าสิ่งที่ผมกำลังอธิบายให้คุณนี้จะมีประโยชน์กับคุณบ้าง ผมขออธิบายตามประเด็นของคุณดังนี้

    1. การที่คนจำนวนมากเข้าไปทำอะไรร่วมกันนั้น มิได้หมายความว่า สิ่งที่เขาทำจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

    2. คนที่มีการศึกษาสูงๆในทางโลก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้มีปัญญาในทางธรรม คุณเคยเห็นคนมีการศึกษาสูงๆ ทำอะไรโง่ๆ ไหม

    3. การศึกษาในทางโลกมิได้เป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนได้ ไม่ใช้ว่าคนมีการศึกษาสูงๆแล้วจะหมายความว่าเขาจะไม่ต้องการที่พึ่งทางใจ แต่น่าเสียดายที่เราได้เห็นคนมีการศึกษาสูงๆจำนวนมากยึดที่พึ่งทางใจที่ผิด

    4. ถูกต้องครับที่คุณเขียนว่า "ไม่ใช่เห็นคนอื่นเค้าโจมตีกันเลยเอามั่ง" แต่หน้าที่การปกป้องพระวินัยอันเป็นแก่นสำคัญของพระศาสนาของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดีทุกคน

    ผมขออธิบายนิดหนึ่งนะครับว่าทำไมคนจำนวนมากจึงเข้าไปหลงศรัทธาวัดพระธรรมกาย เพราะวัดพระธรรมกายสามารถสนองกิเลสตัณหาของพวกเขาได้ ศาสนาพุทธสอนให้เราลดละกิเลสตัณหาเพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริง จึงเป็นเรื่องยากเพราะเราจะต้องฝืนความต้องการขั้นต่ำของเรา การที่จะดับกิเลสได้นั้นเราต้องฝืนกระแสความต้องการของเรา ต้องยอมรับและรู้เท่าทันสภาวะอันเป็นธรรมชาติ เกิดแก่เจ็บตาย และโลกธรรมทั้ง 8 เมื่อใดก็ตามที่กระแสความต้องการในตัวเรา สามารถสอดคล้องกันกระแสธรรมชาติได้เป็นหนึ่งเดียว หมดสิ้นกิเลสตัณหา เมื่อนั้นจึงจะได้พบความสุขที่แท้จริง

    จึงเป็นการยากครับที่คนจำนวนมากจะปฏิบัติตามนี้ได้ ในขณะที่วัดพระธรรมกายตามใจกิเลสคน สอนให้คนไม่ละอายที่จะโลภ สอนให้คนทำบุญโดยไม่สอนให้คนรู้จักการเป็นผู้ให้ ทำบุญแล้วหวังผล "ให้"แบบที่หวังผลตอบแทน ตัวอย่างเช่น ทำบุญแล้วหวังจะรวยแบบทับทวี หวังจะมีสมบัติตักไม่พร่อง

    พูดง่ายๆก็คือแทนที่จะปรับลดกิเลสคนเพื่อตามกระแสธรรม วัดพระธรรมกายกลับปรับเปลี่ยนคำสอนของพระพุทธศาสนาให้มาไหลตามกระแสกิเลสตัณหาของมนุษย์

    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ผมเขียนข้างบนนี้ จะมีประโยชน์แก่บรรดาศิษย์วัดพระธรรมกายผู้เห็นผิดเป็นชอบบ้าง นอกจากการที่คุณหลงผิดจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำลายพระพุทธศาสนาแล้ว คุณกำลังสั่งสมความเห็นที่ผิดให้ติดตามคุณไปอีกหลายภพหลายชาติในอนาคตชาติ จะทำให้คุณยากที่จะมีโอกาสเข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

คำตอบจากคุณ: อนัตตา 4 มีนาคม 2542 เวลา 22:53:58
    ขอขอบคุณที่มีข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง
    แต่ข้อมูลนี้โดยทางการแล้วรู้สึกว่า น่าจะมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้อีกสักนิด
    เช่น วิดีโอเทป (ถ้าคราวหน้าแอบเอาไปได้ และ เขาไม่ย้ายที่ประชุมกันก่อน) จากนั้นทำก๊อปปีี้กันเสียหาย แล้ว ไปพบ สื่อมวลชน

    เราชาวพุทธควรใช้หลัก กาลามสูตรในทุกข้อมูลหรือคำสอน หรือ เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามากระทบ
    ข้อดีเขาก็มี ข้อเสียเขาก็มี อยากขอให้ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญทำกัน อย่างเปิดเผย และเร็วกว่านี้บ้างก็จะดีไม่น้อย

    เขียนถึงตรงนี้แล้วทำให้นึกถึง มิลินทปัญหา ก่อนที่จะประลอง ถาม-ตอบ กัน เขาตกลงกันก่อนว่า จะคุยกันอย่างบัญฑิต แต่ตอนนี้ใช้กำลังกันแล้ว ยิ่งทำรุนแรงก็ยิ่งไม่ดี ผู้ทำเป็นชาวพุทธหรือเปล่าก็ชักไม่แน่ใจ

    ใจอยากจะฝากไว้ตรงนี้ว่า
    1. การทำบุญมีอยู่หลายวิธี การเสียเงินทำบุญนั้น เป็นเพียง 1 ในหลายวิธีเท่านั้น
    2. ถ้าชอบทำบุญด้วยการเสียเงิน ทำไปแต่ถ้าวันหลังเราเสียดายล่ะ ถ้าเราเดือดร้อนล่ะ ถ้าเราเบียดเบียนคนอื่นเพื่อมาทำบุญล่ะ บุญนี้จะบริสุทธิ์หรือ
    การใช้เงินนั้นมีอยู่ ท่านให้แบ่งเงินเป็น 4 ส่วน (ไม่ใช่สี่หาร) ส่วนแรก ใช้หนี้เก่า (ทดแทนบุพพการี ไม่ใช่ ทะเลาะกับพ่อแม่ เคี่ยวเข็ญให้เอาเงินไปทำบุญ) ต่อมาให้ใช้หนี้ใหม่ (เลี้ยงดูครอบครัว) จากนั้นใช้จ่าย (สิ่งที่ควรใช้) จบท้ายด้วยทำบุญสะสมบุญใช้ (ไม่ใช่ทุ่มเททั้งหมดเพียงเพื่อสร้างถาวรวัตถุ)
    (กรุณาหาอ่านหนังสือธรรมะเพื่อความละเอียดและชัดเจนกว่านี้)
    3. การทำทานนั้น เริ่มที่
    เจตนาก่อน (เคยมีหญิงผู้หนึ่งเดินทางจะไปทำบุญ แต่ตายเสียกลางทาง เมื่อตายแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดา มีรัศมีกาย และ เครื่องทิพย์ครบเสมือนได้ถวายทานแล้ว)
    วัตถุทานต้องบริสุทธิ์ ผู้ให้้้ ก่อนให้ก็เลื่อมใส ขณะให้ก็เต็มใจ เมื่อให้แล้วจิตใจก็ชื่นใจเสมอที่นึก
    ส่วนผู้รับก็ต้องบริสุทธิ์ ถ้าให้กับคน ก็ต้องคนดี จะได้เนื้อนาบุญดี พระถือศีล ย่อมเป็นเนื้อนาบุญดีกว่า ให้กับผู้ไม่มีศีล พระที่ไม่ดี ให้ไปก็เสียดายเงิน เพราะเงินเท่ากันแต่ผู้รับไม่บริสุทธิ์จริง
    (กรุณาหาอ่านหนังสือธรรมะเพื่อความละเอียดและชัดเจนกว่านี้)
    อย่างไรก็ตาม การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง ครับ (ไม่ใช่สร้างปูชณียวัตถุ หรือ กลั่นอาหารให้ใสเป็นแก้ว แล้วจะชนะการให้ทั้งปวง)

    ศาสนาพุทธ เป็นภาษาของการปฏิบัติ ไม่ใช่ภาษาพูดหรือภาษาเขียน ปฏิบัติ กันมากมากนะครับ ชอบธรรมะบทไหนก็ทำไป อย่าลืมว่า ศีล 5 ควรถือเอาไว้ตลอดเป็นพื้นฐาน เพิ่มขึ้นวันละข้อ หรือ อาทิตย์ละข้อ พลาดบ้างเผลอบ้างก็เป็นธรรมดา รู้ตัวก็เริ่มใหม่
    หนังสือธรรมะให้ตรวจผู้เขียนก่อนว่าใครเขียน ดูได้ที่มหาจุฬา ที่ท่าพระจันทร์ หรือ ตรงข้ามวัดบวรฯ ที่บางลำภูได้ครับ

    สุดท้ายนี้ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ. ที่นี้

คำตอบจากคุณ: เหนื่อยใจ 4 มีนาคม 2542 เวลา 23:30:52
    ขอบคุณ คุณ เหนื่อยใจ มากค่ะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับที่คุณเขียนมา แต่ที่ดิฉันเขียนมาเล่าสู่กันฟัง ก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านอ่านแล้วพิจารณาเอาเอง ใช้หลักกาลามสูตร 8 ก่อนจะเชื่อ ดิฉันเขียนมาเผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่เข้าวัดพระธรรมกายแล้ว หากได้เห็นได้พบเจอในเรื่องราวที่ดิฉันเล่า จะได้มีสติไม่หลงใหลไปกับเขา และเพื่อจะบอกแก่คนทั่วไปหากว่าในอนาคตมีบุคคลของวัดนี้ หรือมีโอกาสได้ไปวัดนี้ จะได้มีข้อมูลเอาไว้ร่วมประกอบการพิจารณาเท่านั้น
    ดิฉันขอยืนยันนะคะว่าดิฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะให้แตกแยก ไม่ต้องการยุยง ไม่ต้องการให้ร้ายป้ายสีใครในสิ่งที่ไม่จริง แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชนผู้ที่มีหลักกาลามสูตรแปดอยู่ในใจ
คำตอบจากคุณ: โง่งมงาย 5 มีนาคม 2542 เวลา 0:32:30
    คุณ โง่ ครับ อย่าไปฟังเสียงใดๆทำดีแล้วรู้ไหมสิ่งที่คุณทำอาขช่วยชีวิตคนที่เดินทางผิดได้มากมาย
    บุญนี้ไม่ต้องเสียเงินเป็นล้าน เนื้อนาบุญแท้ๆ
คำตอบจากคุณ: อ่านด้วย 5 มีนาคม 2542 เวลา 5:58:55
    ถึงคุณเคยเข้าวัด คุณยังโง่งมงายอยู่อีกหรือ ไม่เหมือนคุณโง่งมงายที่เค้าหายจากโง่งมงายแล้ว
คำตอบจากคุณ: หวังดี 5 มีนาคม 2542 เวลา 7:27:30
    ข้อความที่คุณ"เหนื่อยใจ" เขียนถูกต้องตามหลักศาสนาพุทธทีเดียว ครั้งแรกที่เข้าวัดธรรมกายก็ได้รับคำสอนแบบนี้เหมือนกัน โดยให้แบ่งทรัพย์เป็น 4 ส่วน ส่วนสุดท้ายไว้ทำบุญ จึงนำส่วนที่ 4 มาทำบุญที่วัดนี้
    การทำบุญของตัวเองก็เพราะใจอยากทำบุญ แต่ไม่ได้หวังสิ่งของ อยากได้ธรรมะและฝึกการนั่งสมาธิเพื่อให้เกิดความสุข ความสงบ และเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา เพื่อใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาทั้งทางโลกธุรกิจและส่วนตัว จนกระทั่งมาพบที่วัดนี้ ซึ่งแต่ก่อนไปวัดไหนก็ไม่สามารถให้คำตอบที่แท้จริงได้ไม่มีการให้พิสูจน์แบบที่นี่ได้
    ในกรณีของคุณ " โง่งมงาย" เข้าใจว่าคุณคงเป็นคนประเภทยึดติดวัตถุมากกว่าธรรมะของพระพุทธเจ้า จึงไม่สามารถหาคำตอบในตัวเองได้ แต่ก่อนที่ตัวเองจะมาเข้าวัดนี้ต้องพิสูจน์วัดนี้อยู่นานถึง 4 ปี จึงจะยอมรับว่าดีจริงโดยการนั่งสมาธิให้มากๆเข้า เรื่องขอเงคุณทำให้คิดถึงญาติคนหนึ่งที่เคยชวนมาวัดด้วยความหวังดีคิดว่าเขาคงรักการนั่งสมาธิ แต่ที่ไหนได้มาเพื่ออยากได้พระมากกว่าและคิดว่ามีพระคิดอะไรก็ได้ทุกอย่าง เมื่อไม่ได้อย่างที่ใจคิดก็พูดนั่นพูดนี่ในทำนองเดียวกับคุณเลย จริงๆแล้วพระที่ให้เป็นแค่ให้เพื่อระลึกถึงว่าเราได้ทำบุญที่ยิ่งใหญ่เก็บไว้เพื่อเกิดปิติใจในผลบุญอันนั้นเท่านั้นเอง และตังเองก็ทำบุญมากกว่าคุณมากก็ไม่เคยมีการเอาองค์พระออกมาอวดให้กับผู้ใดเห็น ไม่มีการจัดที่นั่งเฉพาะหรือถอดรองเท้าให้อย่างที่คุณกำลังใส่ร้ายอยู่ อันนี้ขอยืนยันได้
    ส่วนเรื่องการแอบฟังหลวงพ่อทัตตะประชุมสงฆ์ ตัวเองแอบฟังมากกว่าคุณอีก(ประมาณ10 ครั้ง) ก็ไม่เคยได้ยินแบบที่คุณพูด แอบฟังในตอนที่กำลังมีข่าวโจมตีวัดในช่วงเดือนแรกเสียด้วย กลับได้ยินท่านอบรมคณะสงฆ์ให้มีขันติอย่าตอบโต้ ให้เพิ่มการนั่งสมาธิและสวดมนต์เพิ่มขึ้นเพื่อให้บุญกุศลช่วยดลใจให้ผู้ไม่รู้ได้เห็นสิ่งที่เป็นจริงของวัด จึงทำให้คิดว่าที่คุณเขียนมานั้นแต่งเติมบางส่วนขึ้นมาเองหรือเปล่า เพราะลำพังท่านเองก็เป็นคนเสียงดังอยู่แล้วคุณอาจจะตีความผิดเหมือนที่สื่อไปลงว่าท่านตบะแตก จริงแล้วตอนนั้นท่านกำลังชี้ให้สื่อมวลชนหันไปดูรอบๆสภาธรรมกายสากล (มีหลักฐานเทป วีดีโอ)
    ทั้งหมดนี้อยากชี้แจงด้วยใจจริง มิได้มีการเข้าข้างวัด ถ้าวัดผิดจริงก็จะไม่ช่วยเหมือนกัน แต่ที่คุณโง่งมงายเขียนมานั้นทั้งหมดประสบพบด้วยตนเองจึงพูดได้เต็มปาก ว่าไม่เป็นความจริง จึงอยากพูดแทนบ้าง
คำตอบจากคุณ: ใสใส 5 มีนาคม 2542 เวลา 13:23:34
    ถึงคุณโง่งมงาย
    ผมไม่ได้เป็นอะไรกับทางวัดนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าเข้าข้างกัน ที่เขียนมาก็เพราะหวังดี ชาวพุทธที่ดีจะต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ อย่างน้อยศีล 5 สมควรที่จะรักษาไว้อย่าให้ขาด การรักษาศีล 5ได้ก็ถือว่ามีความเคารพพระพุทธเจ้าผมขอโมทนา แต่สำหรับบุคคลที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธนี่ซิ บางคน ศีล5ยังรักษาไม่ได้แล้วยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าชาวพุทธอย่าวนี้มันน่าละอายไหมครับ ที่เขียนมานี้ก็มีประสงค์ดีไม่มีประสงร้าย จึงอยากจะขอให้รู้ทั่วกัน
คำตอบจากคุณ: kenshiro2000@hotmail.com 5 มีนาคม 2542 เวลา 20:25:50
    ถึงคุณโง่งมงาย
    ผมเขียนมาบอกด้วยความหวังดีนะครับ ชาวพุทธที่ดีและผู้ปฏิบัติธรรมที่ดี
    นั้นก่อนที่เขาจะเพ่งโทษผู้อื่นนั้น เขาจะต้องดูตัวของเขาก่อนดูว่าตัวเองยังมีความเลวอะไรอยู่บ้างถ้ายังเลวอยู่ แล้วไปเพ่งโทษผู้อื่นก็น่าจะละอายใจตัวเองนะครับ ดูตัวเองแล้วหรือยังก่อนที่จะเพ่งโทษคนอื่น ตัวเองคีแล้วหรือครับที่ไปเห็นว่าคนอื่นเขาเลว พระสงฆ์ตราบใดที่ยังไม่หมดจากความเป็นพระถ้าไป
    ปรามาสท่านเข้า ก็เท่ากับปรามาสพระรัตนไตร เดี๋ยวก็จะได้ไปอยู่กับท่านท้าวเทวทัต ที่เมือองนรกนะครับ แล้วจะซวยกันใหญ่หรือว่าท่านอยูจนชินแล้วจึงไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็ตามใจนะครับ
คำตอบจากคุณ: kenshiro2000@hotmail.com 5 มีนาคม 2542 เวลา 20:44:47
    ไอ้สมุนทำคอมที่วัดนี่มันชอบโผ่ลออกมาช่วยนายชั่วๆเรื่อย ประโยคเหล่านี้มันพูดจนจำได้
    ไม่มีใครเขาชั่วจนต้องละอายใจเหมือนพระชั่วที่หลอกคนชาวพุทธหรอกครับ แล้วศีล5 ไปถาม
    ไอ้แว่นเถอะว่ามันทำได้ไหม
คำตอบจากคุณ: แหม 5 มีนาคม 2542 เวลา 22:16:34
    เรียนคุณ โง่งมงาย
    ผมเป็นคนเข้าวัดพระธรรมกายครับ ผมขอบอกไว้ก่อนครับ
    เพราะคนที่เหน็บแนมต่างๆจะได้ไม่ต้องเดาว่าสงสัย
    เป็นคนเข้าวัด หรือที่พวกคุณเรียกว่าสาวกนั่นแหละครับ
    ผมอ่านทีแรกผมก็งงครับ จนต้องพิมพ์มาอ่านอีกแล้วพิจารณาไปทีละส่วน
    ผมรู้ว่าคุณเข้าวัดมาก่อน แล้วรู้สึกไม่ดีจึงออกจากวัด ตามที่คุณเขียนมา
    ผมขอแยกแยะออกทีละส่วนนะครับ
    1. อาคารภาวนาเท่าที่ผมรู้มาเป็นที่สำหรับนั่งสมาธิ และ คอนโดฯ ที่คุณว่า
    เป็นที่สำหรับพักอาศัยของพระสงฆ์ และที่สำหรับต้อนรับพระอาคันตุกะ
    ไม่อนุญาติให้ บุคคลที่ไม่ใช่พระขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบาสก อุบาสิกา หรือ คนอื่นขึ้น
    การจะเข้าไปติดต่อจะต้องติดต่อกับพระที่เป็นประชาสัมพันธ์ด้านล่างของตึก
    มีอยู่ 4 หลังอยู่ใกล้กับสภาหลังคามุงจากครับ และ ไม่มีห้องประชุม ครับ.
    2. หลวงพ่อทัตตะชีโว จะอยู่ที่บัณฑิตสภา ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว คิดว่าคุณคงไม่ดูอาคารชั้นเดียว
    เป็นคอนโดฯไปได้นะครับ.
    3. หลวงพ่อทัตตะชีโว ในอาทิตย์ต้นเดือนหลังจากเสร็จการบูชาพระหลังจากนั่งสมาธิแล้ว
    จะอยู่เทศน์ต่อถึงประมาณ 11.30 -11.45 น. หลังจากนั้นพิธีช่วงบ่ายจะเข้ามาในพิธีตอน
    13.00 น. โดยประมาณ ผมว่าคงไม่มีเหตุที่จะประชุมในเวลาจำกัดขนาดนั้นหรอกครับ
    และไม่มีเหตุผลที่จะต้องประชุมในวันอาทิตย์ด้วยครับเพราะงานส่วนใหญ่ในวันอาทิตย์
    โดยเฉพาะอาทิตย์ต้นเดือนครับ.
    4. เรื่องกรีนการ์ดผมอ่านจากหนังสือพิมพ์ ทางสื่อบอกว่าข้อมูลได้มาจาก นาย องอาจ คล้ามไพบูลย์
    เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไม่ใช่หรือครับ.

    ถ้าคุณโง่งมงาย มีข้อมูลอะไรหรือใครที่คิดจะต่อว่าเช่นไร สามารถเขียนมาได้ตาม E-mail ผมยืนยันว่า
    E-mail นี้เป็น E-mail ที่ใช้จริงไม่ได้เป็น E-mail ที่เป็นนามแฝง และสามารถสืบหาตัวตนผมได้
    และผมต้องการข้อมูลที่ตรงและ ผมเขียนตอบทุกที่ไม่ได้ใช้นามแฝงเลย

คำตอบจากคุณ: noppadoll@thai.com 6 มีนาคม 2542 เวลา 7:55:21
    แล้วคุณ noppadoll ไม่คิดบ้างหรือว่าคุณโง่งมงาย อาจเป็นใครบางคน ที่มีสติกลับใจออกมาจาก
    วัดแล้ว แต่ตัวยังอยู่ในวัดเอาเรื่องมาบอกให้คนชาวพุทธตาสว่างกันไง
คำตอบจากคุณ: ไม่บอก 6 มีนาคม 2542 เวลา 10:52:19
    คุณใสใส คงได้ผลประโยชน์มากสินะ ถึงปกป้องกันสุดฤทธิ์ขนาดนี้ น่าสมเพชจังเลย เพราะคุณที่ใช้นามแฝงว่าโง่งมงายเขาพิจารณาตนเอง
    ก่อนแล้วนะสิ ถึงได้รู้ว่าตัวเองเคยโง่งมงาย เคยได้ยินไหมละที่ว่าคนที่ติดโง่นะฉลาดหลาย คนที่ติดฉลาดนะโง่หลาย เข้าใจบ่
คำตอบจากคุณ: โอ๊ก 6 มีนาคม 2542 เวลา 11:14:09
    ถึงชาวพุทธผู้มีปัญญาทุกท่าน
    จนบัดนี้หลักฐานต่างๆก็ปรากฏชัดอยู่แล้วว่า ใครคือผู้ที่กำลังบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาของเราอยู่ จะวิ่งวุ่นแก้ตัวแก้ต่างอย่างไร ก็รังแต่จะเอาสีข้างเข้าถู ขอชมเชยคุณโง่งมงายที่มีสติและ หันกลับมาปกป้องพุทธศาสนาของเรา
    ขอให้ชาวพุทธทุกคนกำหนดท่าทีที่ถูกต้องของตนเองเพื่อประโยชน์ แก่พระศาสนา ถ้าเราเห็นคนกำลังเผาบ้านของเราอยู่ หรือเราเห็นเสาบ้านกำลังผุเพราะปลวกแทะ หรือเราเห็นคนชั่วกำลังขายชาติของเราอยู่ เราจะนิ่งดูดายหรือ เช่นกันครับแม้ว่าเราจะมีศีลห้าครบ แต่เราจะเฝ้าดูลัทธิมิฉาทิฐิย่ำยี พระศาสนาของเราหรือ หากไร้ซึ่งพระธรรมวินัย พุทธศาสนาของเราก็คงจะอยู่ต่อไปไม่ได้
คำตอบจากคุณ: 027 6 มีนาคม 2542 เวลา 12:57:36
    ผมอาจจะโง่นะครับที่ยังเข้าวัดนี้ แต่ผมตั้งข้อสงสัยเพื่อหาความจริงครับ
    เพราะตามสถานที่ที่คุณโง่งมงายบอกมานั้น มันขัดแย้งกับที่ผมเห็นครับ
    ผมจะรอคุณโง่งมงายมาให้ข้อมูลต่อนะครับ ผมให้เกียรติทุกคนครับ
    ไม่ว่าจะเข้าวัดหรือไม่เข้าวัด ก็ตาม เพราะอาจเป็นผมที่หลงผิด หรือคุณหลงผิดก็ได้
    แต่ผมต้องการข้อมูลที่ตรงครับ ตามที่ผมแย้งคุณโง่งมงายผมแยกแยะเป็นข้อๆ
    ทั้งเรื่งสถานที่และ บุคคลครับ ผมเคยเข้าไปช่วยเป็นเจ้าหน้าที่วัด แต่ตอนหลังงานที่ทำเยอะ
    เลยไม่ได้เข้าไปช่วยงาน ผมมั่นใจว่ารู้จักสถานที่ในวัดพอสมควรครับ
    ดังนั้นผมจึงยังสับสนในรายละเอียดที่คุณโง่งมงายเขียนมาครับ
    กระทู้ที่ผ่านมาของคุณโง่งมงายเนื่องจากเป็นเหตุการที่ผมไม่อยู่ด้วย
    ผมก็ไม่ได้แย้งอะไรและผมยังไม่เคยไปที่สถานปฏิบัติธรรมดอยสุเทพ
    จึงไม่มีความเห็นครับ
คำตอบจากคุณ: noppadoll@thai.com 6 มีนาคม 2542 เวลา 14:21:48
    หลายคนอาจบอกว่าผมดื้อด้านโง่บัดซบ
    แต่ผมเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่งคือ
    มีเด็ก 2 คนเถียงกันเรื่องพระอาทิตย์ว่าเวลาไหนพระอาทิตย์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด
    เด็กคนแรกบอกว่าต้องตอนเช้าโดยมีเหตุผลว่า ในตอนเช้าพระอาทิตย์ดวงโตกว่า
    เพราะสิ่งที่อยูใกล้ตัวเราเราจะเห็นสิ่งนั้นโตกว่าไกลๆ
    เช่น คนเดินเข้าหาเราเมื่ออยู่ไกลจะเห็นคนตัวเล็ก เมื่อเดินเข้ามาใกล้
    เราเรื่อยๆก็จะเห็นโตขึ้นเรื่อยๆ
    แต่เด็กคนที่2 บอกว่า ต้องตอนกลางวันพระอาทิตย์จะอยู่ใกล้โลกเรามากที่สุด
    โดยมีเหตุผลว่า ตอนกลางวันจะร้อนที่สุด เพราะเมื่อเรายิ่งอยู่ใกล้กองไฟเท่าไหร่
    ยิ่งร้อนขึ้น ในตอนเช้าอากาศจะเย็นกว่าตอนกลางวัน
    เมื่อผมอ่านจบผมคิดว่าต่างคนต่างความคิด ไม่มีใครโง่กว่าใคร
    ทุกคนต่างมีเหตุผลของตนเองในการกระทำ และตัวของเราเท่านั้น
    ที่รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ครับ
คำตอบจากคุณ: noppadoll@thai.com 6 มีนาคม 2542 เวลา 14:37:42
    ถึงคุณ noppadoll ใช่ค่ะดิฉันยอมรับว่าดิฉันจำชื่ออาคารผิด อารคารที่เป็นคอนโดฯหรู ที่อยู่ของพระชื่ออาคาร "ศรัทธา" ไม่ใช่อาคารภาวนา เหตุการณ์วันนั้นหลังจากเสร็จงานที่สภาธรรมกายสากล ดิฉันและน้องชายอาสาพระรูปนั้น พาท่านไปเก็บของที่ๆพักของท่าน และทำธุระส่วนตัวของท่าน ที่อาคาร "ศรัทธา" แล้วจึงพาท่านไปที่ อาคารสำนักงานใหญ่ อาคารที่มี สหการ และสำนักงานของทีมผู้นำบุญทีมต่างๆอยู่ด้านหลัง วันนั้นประชุมที่สำนักงานนั้น ไม่เกี่ยวกับที่อยู่ของท่านทัตตะฯ ที่เป็นบ้านเดี่ยวอยู่ด้านข้างสภาธรรมกายสากลหลังเก่า
    ดิฉันยอมรับค่ะว่าดิฉันจำชื่ออาคารผิดไป แต่ก็มิได้ทำให้สาระสำคัญในบทความของดิฉันผิดไป ไม่ใช่หรือค่ะ
คำตอบจากคุณ: โง่งมงาย 6 มีนาคม 2542 เวลา 22:27:13
    คุณ noppadoll ครับ จากหลักฐานต่างๆที่ออกมาเห็นกันชัดๆ ยังไม่ทำให้คุณตาสว่างอีกหรือ ไม่ว่าจะเป็น
    1. เรื่องโฉนดที่ดินในชื่อส่วนตัว กว่า 4 พันไร่ เอาไว้ทำไมจ๊ะ บริสุทธิ์ใจจริงป่านนี้รีบโอนเป็นชื่อวัดแล้ว
    2. คุณได้อ่าน "กรณีธรรมกาย" ของท่าน ธรรมปิฎก หรือยังจ๊ะ ชัดเจนจริงๆ อ่านอย่างเปิดใจ แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่มีใครเถึยงได้เลยว่าท่านถูกที่สุดแล้ว เห็นชัดๆว่าวัดพระธรรมกายจาบจ้วงพระธรรมวินัย
    3. กรณีอวดอุตริมนุสธรรมต่างๆ ก็ชัดเจน ในเมื่อคุณเองก็เคยอยู่วัดนี้มากก่อน คุณไม่เคยได้ยินเรื่องอวดอุตริเหล่านี้เลยหรือจ๊ะ
    ถอนตัวเถอะครับ อย่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทำลาย พระพุทธศาสนาไปด้วยเลย
คำตอบจากคุณ: 027 7 มีนาคม 2542 เวลา 0:43:59
    ถึงคุณที่ตอบผมมา
    ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณยังมีอุปทานกับ
    วัดนี้เป็นอย่างมากเพราะผมไม่ใช่คนในวัด
    ผมปฏิบัติของสายอื่นนะ อย่าเข้าใจผิดซิครับ
    คุณแว่นอะไรน่ะผมไม่รู้จัก แค่เรื่องเท่านี้คุณก็
    เข้าใจผิด ด่วนตัดสินคิดว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูก
    คิดว่าตนนี้แน่แล้ว เก่งแล้ว ถูกไปเสียหมด
    ถ้ามีข้อสอบอยู่ 100 คุณสามารถทำได้เต็ม
    ทุกครั้งไหมครับ และผมไม่เชื่อแน่นอนว่า
    คุณทำได้เต็มทุกครั้งตั้งแต่เกิดมา
    ขนาดข้อสอบคุณยัง ทำได้ไม่เต็มทุกครั้งเลย
    ทั้งๆที่คุณศึกษามาเป็นอย่างดี
    แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องในชีวิต
    ประจำวันที่ซับซ้อนกว่านี้หลายเท่า
    คุณคิดว่าคุณรู้ไปทุกอย่างหรือครับ
คำตอบจากคุณ: kenshiro2000 7 มีนาคม 2542 เวลา 13:50:43
    อ่าน "กรณีธรรมกาย" ของท่าน ธรรมปิฎก สักเที่ยว
    ปัญญาจะเกิด เห็นความเห็นผิดๆในคำสอนของไชยบูลย์
    หากยังเป็นคนที่มีเกียรติ นับถือเกียรติของตน จะเลิกตะแบงทันที
    ปล่อยให้ไชยบูลย์ตะแบงอยู่คนเดียวก็ตลกพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีลูกคู่คอยตะแบงเสริมความตลกอีก
คำตอบจากคุณ: บัณฑิตย่อมหลีกคนชั่ว 7 มีนาคม 2542 เวลา 17:47:44
    เรามาพูดด้วยดี ไม่ได้มาตะเบงคุณอ่านใหม่ เพราะคุณโง่งมงายเขียนข้อมูลผิดจึงอยากมาชี้แจงเช่นเดียวกับคุณ noppdoll แล้วก็ไม่เคยประสพเหตุการณ์แบบคุณ เพราะไม่เคยมองข้อปลีกย่อยต่างๆของคนมาวัดซึ่งมาจากหลายแหล่งหลายครอบครัวก็ต้องมีสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่จะดูที่จุดมุ่งหมายของวัดเป็นหลักที่สามารถสอนคนให้เป็นคนดีได้ อย่างน้อยเรื่องความใจร้อน ละทิฐิของตนเองก็ลดได้ ถ้าคุณโง่งมงายเจอแบบนั้นจริงๆก็ออกมาแสดงตัวเลย ถ้าเป็นข้อมูลจริงเราจะได้ช่วยกันแก้ไข เพราะเป็นคนที่ชอบอะไรที่ตรงไปตรงมาไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าข้างวัด ถ้าวัดผิดจริง ตัวเองเป็นคนจริงและกล้าพอที่จะยอมรับความจริงคุณโง่งมงายกล้าไหม ที่จะพิสูจน์กัน
คำตอบจากคุณ: ใสใส 8 มีนาคม 2542 เวลา 13:00:20
    ถ้าวัดนี้สอนให้คนเป็นคนดีก็ดีสิครับ แต่จริงๆแล้วผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น ที่จริงแล้ววัดนี้เพียงสอนให้คนคิดว่าตนเป็นคนดีต่างหาก มันต่างกันมากนะครับ ระหว่าง "คนดี" กับ "คนที่คิดว่าตนดี" วัดนี้สอนให้คนคิดว่าตนเป็นคนดี และสอนให้คนกล้าที่จะโลภ สอนให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาในทางที่ผิด ที่สำคัญ มิได้ชี้ทางพ้นทุกข์ให้แก่คน การทำบุญมีหลายวิธีไม่ใช่เพียงแค่การให้ทาน นอกจากนี้วัดนี้ยังไม่ได้สอนให้คน"ให้"โดยไม่หวังผลตอบแทน แต่กลับสั่งสอนให้หวังในอานุภาพบุญที่จะได้กลับมา เหมือนการซื้อขายบุญ

    หากทำบุญ แล้วต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำนั้นดีหรือครับ
    หากทำบุญแล้วต้องเบียดเบียนตัวเองนั้นดีหรือครับ
    หากทำบุญแล้วครอบครัวและคนที่ตนรักเดือดร้อนนั้นเรียกว่าดีหรือครับ
    หากโกงเงินเขาไปทำบุญนั้นเรียกว่าดีหรือครับ
    หากทำบุญแล้วครอบครัวต้องทะเลาะแตกแยกกันนั้นเรียกว่าดีหรือครับ

คำตอบจากคุณ: อนัตตา 8 มีนาคม 2542 เวลา 22:06:11
    เห็นหัวข้อนี้มีศิษย์ธรรมกายออกมาเขียนโต้กันเยอะแยะ อยากฟังความเห็นของ บรรดาศิษย์ธรรมกาย ในหัวข้อ M164 บ้างจัง
คำตอบจากคุณ: 027 8 มีนาคม 2542 เวลา 23:13:22
    เรียนทุกๆท่านครับ
    ที่ผมแย้งคุณโง่งมงายนั้นมีเหตุผลตามนี้นะครับ
    ทางคุณโง่งมงายจะชี้แจงเรื่องที่เล่ามาเพื่อให้คนไม่เคยเข้าวัดอ่าน หรือให้คมที่เคยเข้าวัด หรือ
    คนที่เข้าวัดอยู่อ่าน หรือทั้งหมดทุกคนครับ ถ้าต้องการชี้แจงให้หมดทุกคน เรื่องนี้ค่อนข้างจะต้อง
    ตรงทั้งสถานที่ ตรงทั้งตัวบุคคล และตรงทั้งเนื้อหาสาระ นะครับ คงจะเอาแต่ตรงแค่อย่างใดอย่าง
    หนึ่งคงไม่ได้ ผมไม่ได้บอกว่าคุณโง่งมงายโกหกนะครับ ผมขอแยกแยะเป็น คน 2 กลุ่มนะครับ
    1. คนไม่เคยเข้าวัด ถ้าเขาเชื่อ ข้อมูลที่ผิด(ไม่ว่าจะผิดเป็นส่วนๆก็ตาม) แล้วนำไปเล่าต่อ
    ปรากฎว่าเมื่อเขาลองเข้าไปพิสูจน์ พบว่าสถานที่ไม่ตรง ทางคนผู้นั้นจะไม่ลังเลในข้อความ
    ของคุณโง่งมงายทั้งหมดหรือครับ เพราะเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนเรื่องสถานที่ยังผิดเลย.
    2. คนที่เคยเข้าวัด ก็จะรู้สึกลังเลในข้อความนะครับ เพราะจะมากจะน้อยเขาก็ต้องรู้จัก
    สถานที่ในวัดพอสมควร.
    3. คนที่เข้าวัด จะมีความรู้สึกว่าทางคุณโกหก เพราะเรื่องสถานที่เป็นเรื่องที่มองเห็นและรู้ที่ตั้ง
    และ ลักษณะได้จากการมองเห็นด้วยตา.
    และผลที่ตามมาก็คือ
    1. คนไม่เข้าวัด ที่ไม่ได้ไปพิสูจน์เรื่องที่คุณเขียนผิด ก็จะยังคงต่อว่าค่างๆ นาๆ ต่อคนเข้าวัด.
    2. คนเข้าวัดก็ต้องมีการต่อว่าคนไม่เข้าวัดเช่นกัน.
    3. ทั้ง 2 ฝ่ายต่างทะเลาะกันไปจนอาจมีการด่าทอด้วยคำหยาบคาย เหน็บแนมต่างๆใส่กัน
    อย่างในบางกระทู้ (ผมคงไม่พูดว่่าฝ่ายโน้นฝ่านนี้ใช้ข้อความที่รุนแรงนะครับ เพราะทุกคน
    ก็ได้อ่านมาเป็นส่วนใหญ่แล้ว) ทำให้มีความรู้สึกการแบ่งฝักฝ่ายอย่างรุนแรง ทั้งๆที่ทุกคนก็ปรารถนา
    ดีทั้งหมด จะกลายเป็นนำ้ผึ้งหยดเดียวนะครับ.
    ขอบคุณครับ
คำตอบจากคุณ: noppadoll@thai.com 9 มีนาคม 2542 เวลา 6:46:02
    แล้วเท่าที่อ่านมาถ้าคุณโง่งมงายรู้ไม่จริงทำไมบอกถูกเช่นเรื่อง พระของขวัญที่บอกว่าเพชรแท้
    แต่ของปลอม ผมก้คนหนึ่งที่โง่ สร้างเสาไปหนึ่งต้นแสนบาท ทางวัดบอกให้พระะรรมกายทองแท้
    แต่แกะออกจากกล่องกลายเป็นเคลือบทองแถมเบาหวิว
    ไอ้เรื่องของแจกผมไม่ได้อยากได้แต่ไม่ชอบว่าทำไมต้องโกหก เป็นพลาสติกก็ไม่ว่าหรอก
    แล้วไม่ใช่เรื่องเดียว หลายเรื่องอย่างที่เป็นข่าว ผมนะออกมาก่อนที่เป็นข่าวอีกนะครับ
    ความจริงคนในวัดหลายคนก็รู้ๆกันอยู่แต่ไม่ออกมาเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกับวัดและบางส่วน
    ก็ศรัทธาคลั่งไค้ลไร้สติ ผมไม่เคยออกมาเล่าแต่บอกอีกทีมันจริงครับ
คำตอบจากคุณ: เพิ่งมา 9 มีนาคม 2542 เวลา 11:24:52
    ผมไม่รู้นะครับว่าคุณเพิ่งมาได้พระเป็นพระพลาสติกเคลือบทอง
    แต่ที่ผมทำนะก็ได้พระมาเหมือนกันครับแต่เป็นทองแท้
    และ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นคนเดียวกับคุณโง่พอกัน จากกระทู้ M136 หรอกนะครับ
    เพราะคุณบอกว่ายังไม่เคยออกมาเล่า ครับ
    ยกมาบางตอนจาก M136
    "ผมสร้างเสาไปหนึ่งต้นแสนบาทเขาบอกให้พระธรรมกายทองผมหนึ่งองค์ ใส่กล่องหรูมาให้ผมก็วาง
    ใว้บนหิ้ง สุดท้ายไม่มีเงินใช้หนี้แกะออกจากกล่องปรากฏเป็นพลาสติกเบาหวิว พระะรรมกายแก้ว
    ก้ไม่ใช่แก้วพลาสติก ผมก้มีและกิจการผมก็เจ๊งเหมือนคุณ ตอนนี้กำลังอยากหากระสุนทองไปเจาะ
    กะบาลหลวงพ่อเอาเลือดชั่วออกมาดูสีอะไร
    คำตอบจากคุณ: โง่พอกัน 28 กุมภาพันธ์ 2542 เวลา 3:18:12 "
คำตอบจากคุณ: noppadoll@thai.com 9 มีนาคม 2542 เวลา 17:46:45
    ผมได้มาจริงๆแต่ไม่ใช้ทอง เป็นอะไรสักอย่างสีทองเบามาก ถ้าจะเป็นทองคงเป้นสะเก็ดวงกลม
    ใต้ฐานซึ่งเล็กมาก แต่ตัวองค์พระไม่ใช่แน่ๆ กล่องกำมะหยี่อย่างดีสีเลือดหมู แล้วก็ยิ่งสงสัยหนัก
    ทำไมคุณได้ของแท้ละครับ ผมเคยเป็นผู้นำบุญด้วย ได้ดวงแก้วพลาสติกพระธรรมกายแก้วพลาสติก
    เศษหินเสษปูน เต็มบ้านไปหมดแล้ว ผมไม่เคยว่าวัดนี้เลย แต่โกธรมากที่แกะพระออกดูแล้วไม่ใช่ฃทอง ผมเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมาหลอกกัน ผมทำบุญไม่เคยหวังของตอบแทน
    ไม่ใช่ก็ควรบอกไม่ใช่ คุณว่าไงครับ
คำตอบจากคุณ: เป็นคนเดียวกันครับ 9 มีนาคม 2542 เวลา 23:27:08

หากคุณรู้คำตอบ ของคำถามข้างบน ตอบได้ที่นี่ครับ

    ชื่อ หรือ email ของคุณ:
    คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น:


This page hosted by Hypermart, the world's fastest growing business community!