Make your own free website on Tripod.com

มารู้จักมหาธรรมกายเจดีย์กันดีกว่า

    วันนี้ดิฉันขอเขียนเรื่อง มหาธรรมกายเจดีย์อย่างละเอียด เพื่อให้พวกเราไตร่ตรองกันเองว่า เป็นโครงการที่ดีหรือไม่อย่างไร
    โครงการนี้คงจะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดแล้ว สำหรับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย พื้นที่มหาเจดีย์นี้ครอบคลุมถึงหนึ่งตารางกิโลเมตร รูปทรงเจดีย์คล้ายๆยาน ยูเอฟโอ มียอดโดมกลมอยู่ตรงกลาง ทุกครั้งที่นั่งเครื่องบินเวลาเครื่องจะร่อนลงที่สนามบินกรุงเทพฯ ถ้าท่านมองลงมาจะเห็นได้ชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ของเจดีย์แห่งนี้

    ที่มาของรูปทรงมหาธรรมกายเจดีย์นี้ เคยได้ยินพระในวัดนี้เล่าให้ฟังว่า เดิมทีโครงการก่อสร้างเจดีย์นี้ จะมีรูปลักษณ์ต่างออกไป เดิมทีจะมีรูปร่างคล้ายดอกบัว คาดว่าคงเป็นตามชื่อ จังหวัดปทุมธานี ต่อมาท่านเจ้าอาวาสขึ้นไปเที่ยวที่สวรรค์ชั้นที่ 6 ได้ไปเห็นเจดีย์ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งที่ ถูกมารบดบังไว้เป็นเวลานาน มีรูปลักษณ์ดังที่ปรากฏมาเป็นมหาธรรมกายเจดีย์นี้ เหตุที่มารบดบังเจดีย์นี้ เพราะเกรงว่าหากมีการสร้างเจดีย์นี้สำเร็จ ฝ่ายธรรมจะกลายเป็นฝ่ายชนะฝ่ายมาร การสร้างเจดีย์นี้จึงเสมือนเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายขาวและฝ่ายดำ ท่านเจ้าอาวาสจึงจดจำรูปแบบของเจดีย์ที่ถูกซ่อนไว้ที่ สวรรค์ชั้นที่ 6 มาอย่างละเอียด และนำมาเป็นต้นแบบก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นอย่างไงละค่ะ แค่ได้ฟังที่มาพิลึกพิลั่นของ สถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ก็ทึ่งอึ้งไปเลยไหมค่ะ

    มหาธรรมกายเจดีย์ถูกแบ่งเป็นสามส่วนเปรียบเสมือนพระรัตนตรัยกล่าวคือ ส่วนบนที่มีพระธรรมกายประจำตัวของผู้มีจิตศรัทธารายรอบอยู่ถึงสามแสนองค์ เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธ ส่วนวงแหวนตรงกลางเป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม ลานวงแหวนรอบนอกเป็นที่ประกอบกิจปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ จึงเป็นสัญลักษณ์แทนพระสงฆ์ ภายในเจดีย์จะประดิษฐานพระอีก เจ็ดแสนองค์ รายรอบพระบรมพุทธเจ้าที่หล่อด้วยเงินบริสุทธิ์

    เกี่ยวกับเงินบริจาคมูลค่าจำนวนมหาศาลที่ได้รับจากการบริจาคสร้างมหาธรรมกายนี้ ดิฉันขอแจงให้ฟังเลยว่าไม่ใช่แค่เป็นหลายหมื่นล้าน อย่างที่กำลังกล่าวขานกันในขณะนี้ แต่เป็นหลายแสนล้าน มีโครงการรับบริจาคเงินเพื่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์นี้มากมายดังนี้

    1. กลั่นดินให้ศักดิ์สิทธิ์ เริ่มตั้งแต่เรี่ยรายเงินเข้ามาเพื่อซื้อดินมาปรับพื้นที่ โครงการนี้มีการนำสาธุชนมาร่วมปฏิบัติธรรมในพื้นที่ก่อสร้าง และช่วยกันทำพิธีกลั่นหรือพูดง่าย แต่ฟังแปลกๆว่าปลุกเสกดินให้ศักดิ์สิทธิ์

    2. เรี่ยรายเงินเพื่อซื้อเสาเข็ม ซื้อกันเป็นต้นๆละเป็นแสน

    3. สร้างเสาค้ำ สร้างคาน ถ้าจำไม่ผิดเสาละประมาณแสนบาท
    4. สร้างพระธรรมกายประจำตัว โดยมีหลายแบบหลายราคาดังนี้
    ประดิษฐานบริเวณภายนอก แบ่งออกเป็น

    4.1.1 พระธรรมกายประจำตัวของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ จะเป็นองค์ยอดสุดของมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ ของต้นธาตุต้นธรรม เป็นพระพุทธเจ้าองค์สูงสุด
    4.1.2 บริเวณยอดโดมระดับรองสูงสุด ประดิษฐานอยู่รอบๆพระธรรมกายประจำตัวของหลวงพ่อเจ้าอาวาส มีจำนวน 5องค์ๆละ 10ล้านบาท
    4.1.3 บริเวณยอดโดมระดับที่สอง จำนวน 108 องค์ๆละ 5 ล้านบาท
    4.1.4 บริเวณยอดโดมระดับที่สาม จำนวน 108 องค์ๆละ 3 ล้านบาท
    4.1.5 บริเวณยอดโดมระดับที่สี่ จำนวน 360 องค์ๆละ 1 ล้านบาท
    4.1.6 บริเวณโดมมีจำนวนกว่าพันองค์ๆละ 1 แสนบาท
    4.1.7 บริเวณรอบองค์เจดีย์(ถัดจากโดมลงมา) จำนวนเกือบ 300,000องค์ๆละ 1 หมื่นบาท
    ตอนนี้พระธรรมกายภายนอกทั้งหมดมีการสั่งจองเต็มหมดแล้ว

    4.2 ประดิษฐานภายในเจดีย์จำนวน 700,000 องค์ แบ่งออกเป็น
    4.2.1 บริเวณแกนกลางเจดีย์ องค์ละ 3 หมื่นบาท
    4.2.2 บริเวณรายรอบแกนกลาง องค์ละ 1 หมื่นบาท

    5. วิสุทธิบัลลังก์ - ฐานรองพระธรรมกายประจำตัว พระธรรมกายประจำตัวทั้งล้านองค์ พึ่งเริ่มประชาสัมพันธ์เพื่อรอรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อสร้างฐานรองจำนวน 1ล้านอัน เท่าจำนวนองค์พระ ราคาฐานละ 5 พันบาท รวมแล้วอีก 5 พันล้านบาท

    ตามรายละเอียดข้างต้นลองคิดดูเล่นๆสิค่ะ ว่าโครงการนี้รับเงินบริจาคไปกี่แสนล้าน กว่าจะจบโครงการยังต้องใช้เงิน(โกยเงิน)อีกกี่หมื่นล้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเศร้าหรือจะปิติดี อยากให้ไอเอ็มเอฟเขารู้บ้าง เผื่อว่าเขาจะใส่มาตรการเพิ่มเติมให้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของเราบ้าง
    หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะช่วยให้สาธุชนผู้มีปัญญา ตาสว่างขึ้นมาบ้างนะคะ ถึงมหาเถระสมาคม จะไม่เด็ดขาดพอที่จะตัดสินกรณีนี้ อย่างเห็นแก่พระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนาของพระองค์ ดิฉันก็ขอมุ่งมั่นนำข้อมูลที่อาจช่วยทำให้พุทธศาสนิกชนตาสว่าง มานำเสนอให้พิจารณาเช่นนี้ต่อไป

คำถามจากคุณ: โง่งมงาย 23 มีนาคม 2542 เวลา 23:06:09:


    ถึงว่าทำไม่ทำไชโยไม่ยอมสึก โครงการไม่รู้จบยังงี้นี่เองหนอ กะกินไปเจ้ดชั่วโคตร
    มหาเถรถึงไม่แตะรวมหัวกันกินนี่เองหนอ
คำตอบจากคุณ: โอ้โห 23 มีนาคม 2542 เวลา 23:27:33
    โหแสนล้านบาทนี่ใช้จ่ายยังไงๆก็ยากที่จะหมดนะเนี่ย
    ถ้านำเงินจำนวนนี้มาช่วยชาติเราก็ไม่ต้องลำบากอีกแล้วล่ะสินะ
    น่าจะนำมาให้รัฐจริงๆเลย แทนที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างในยุคไอเอ็มเอฟอย่างนี้
คำตอบจากคุณ: ทองคำ 24 มีนาคม 2542 เวลา 10:08:57
    โหแสนล้านบาทนี่ใช้จ่ายยังไงๆก็ยากที่จะหมดนะเนี่ย
    ถ้านำเงินจำนวนนี้มาช่วยชาติเราก็ไม่ต้องลำบากอีกแล้วล่ะสินะ
    น่าจะนำมาให้รัฐจริงๆเลย แทนที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างในยุคไอเอ็มเอฟอย่างนี้
คำตอบจากคุณ: ทองคำ 24 มีนาคม 2542 เวลา 10:10:41
    ขอบคุณ คุณกัลญาณมิตรครับ
    อีกอย่าง แม้แต่พระธรรมกายประจำตัว ยังไปโกงวิชาชาวบ้านเขามาชุบเลยครับ

    ลองดูกระทู้ที่ผมนำมาลงใหม่ข้างล่างนี้ได้ครับ

    เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้
    Posted by ซื้อพระประจำตัวน่ะบาปนะจ๊ะ เพราะได้มาด้วยการโกงวิชา on January 13, 1999 at 19:10:16:
    แล้วเรื่องโกงวิชาบริษัทเอกชนหลายแห่งมาชุบพระล่ะจ๊ะ
    เดลินิวส์เขาลงมาตั้งแต่ 29ธค41 แล้ว ไม่เห็นจะสามารถชี้แจงได้สักที
    เมื่อก่อนก็เที่ยวประกาศไปทั่วว่าไปซื้อเครื่องและเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น
    ที่แท้ก็ซื้อเครื่องจากจีนแดง วิชาชุบก็โขมยเขามา
    หัวหน้าโจรเป็นดอกเตอร์ซะด้วย
    เรียนมาสูงซะเปล่ากลับไร้ฝีมือต้องขโมยเขากิน
    เดลินิวส์ 29ธค41
    แฉวัดธรรมกายชุบพระมีปัญหา
    เอกชนโวยวัดธรรมกายแอบเอาเทคนิคเคลือบพระไปใช้ ล่อใจให้เสนอราคาเคลือบพระธรรมกายประจำตัวล้านองค์ แล้วส่งพระด็อกเตอร์ ปริญญาโท มาดูถึงโรงงานเอาเทคโนโลยีไปทำเอง ลักเรียนฟรีแต่ไม่เสียค่าหน่วยกิต ระบุพระที่สร้างขึ้นผิวลอกแน่ ลูกศิษย์ธรรมกายแสดงพฤติกรรมที่แท้ บุกไปหาพระอดิศักดิ์ที่แฉข้อมูลความไม่ชอบมาพากลของวัด อ้างได้ยินข่าวรับเงินมาทำลายศาสนา สั่งห้ามพูดอีก แต่พอรู้ว่าตำรวจจะมาก็เผ่นแน่บ ขู่จะขนมาอีก 4 คันรถ
    การสร้างพระธรรมกายประจำตัวของวัดพระธรรมกายพบหลักฐานใหม่ โดยทางวัดได้มีการส่งพระไปศึกษาเทคโนโลยีการเคลือบผิวพระ และแอบนำเทคโลยีมาใช้ ซึ่งยังมีปัญหาว่าพระธรรมกายประจำตัวจะมีอายุถึง 1 พันปีตามที่วัดอวดอ้างหรือไม่ เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้พระโดยเฉพาะในส่วนผิวมีอายุแค่ 50 ปี
    เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมานายสุริยะ สุรินทร์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท โรยัล แอซ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่าในการสร้างพระธรรมกายประจำตัวทางวัดได้ติดต่อให้บริษัทเข้าร่วมประมูลเคลือบผิวพระจริง โดยเทคโนโลยีการสร้างพระดังกล่าวจะใช้ซิลิกอน บรอนซ์หล่อตัวพระ จากนั้นจะเคลือบ 2 ชั้นด้วยนิเกิลและไทแทเนียม ซึ่งจะทำให้มีสีทองคงทนถาวร
    การเข้าไปประมูลงานครั้งนั้นได้รับการติดต่อจากพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งทางบริษัทมีความเชียวชาญในด้านรักษาความทนทานถาวรให้กับโลหะ จึงตัดสินใจเสนอตัวเข้าประมูลงานกับทางวัด จากนั้นได้มีการส่งพระมาของตรวจสอบคุณสมบัติ และวิธีขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียด
    แต่เทคโนโลยีการเคลือบพระนี้ได้มีการพิสูจน์โดยวิธีเร่งสภาวะ ปรากฏผลว่ามีความทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศเพียงเวลาจำกัด และยังไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์กล้าออกมายืนยันได้ว่าจะคงทนได้นานเกินกว่า 50 ปี โดยที่องค์พระจะคงสภาพคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งสีทอง ลวดลาย จะไม่รอยร้าวหรือแตกลายผุกร่อน
    "บริษัทได้ถวายความรู้ให้ได้ทราบทุกขั้นตอน เวลานั้นพระที่เดินทางมามีความรู้ระดับปริญญาเอก 2 องค์ ปริญญาโทและตรีอีกจำนวนหนึ่ง แต่ทั้งหมดยังไม่เคยมีความรู้ในเรื่องนี้อย่างแตกฉาน เพราะการเคลือบผิวโลหะนี้เป็นของใหม่มาก มีการค้นคิดสร้างขึ้นครั้งแรกในสหภาพโซเวียต แล้วจึงแพร่ไปทางตะวันตก ขั้นตอนการเคลือบผิวโลหะต้องมีความชำนาญอย่างมาก หลังจากมาดูงานเสร็จ ก็ทราบแต่ว่าวัดไปชุบเอาเอง"
    อย่างไรก็ตามปัญหาของการเคลือบองค์พระนี้ ปัญหาอยู่ที่เมื่อหล่อองค์พระเรียบร้อยแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการชุบนิเกิลและขั้นตอนของการเคลือบไทแทเนียม หากไม่มีความชำนาญแล้วก็จะเกิดช่องว่างให้อากาศแทรกตัว จะไม่คงทน
    ขณะเดียวกันบริษัทเอกชนหนึ่งอีกแห่งที่เข้าร่วมประมูลงานครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่าวัดได้ติดต่อบริษัทเคลือบผิว 2-3 แห่งให้ยื่นประมูลเคลือบองค์พระ วัดจัดส่งพระมาตรวจสอบคุณสมบัติของแต่ละบริษัท และได้มีการสาธิตทุกขั้นตอนอย่างละเอียดพร้อมกับชุบตัวอย่างให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดด้วย
    "บริษัทที่เข้าร่วมประมูลทุกรายไม่ได้รับการว่าจ้าง แต่คงพูดไม่ได้ว่าวัดเบี้ยว เพียงแต่ทางวัดเข้ามาศึกษาเทคโนโลยีของบริษัท เหมือนเรียนฟรีแต่ไม่ยอมจ่ายค่าหน่วยกิตเท่านั้นเอง ด้านของราคาค่าชุบเคลือบผิวไทแทนเนี่ยมนี้ บริษัทที่เข้าร่วมประมูลต่างเสนอราคาไว้ที่ 200 บาทต่อองค์ พระมีจำนวนถึง1 ล้านองค์ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีจึงแล้วเสร็จ ล่าสุดทราบว่าวัดได้สั่งซื้อเครื่องจักรจากจีนแดงมาเคลือบเอง "
    เรื่องของอายุพระธรรมกายประจำตัวนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความทนทานนานถึง 1,000 ปี โดยมีความสวยงามดังเดิม เพราะถ้าใช้วิธีการไทแทเนี่ยมเคลือบผิวองค์พระ ก็ประมาณกันว่าจะอยู่ได้ 50 ปี เมื่อหมดอายุแล้วสีทองที่เห็นจะจางจนเห็นสีผิวขององค์พระ หากไม่ชุบใหม่ไว้ล่วงหน้าจะเต็มไปด้วยสนิม
    นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการนำพระมาเคลือบใหม่จะยาก เนื่องจากการประดิษฐานองค์พระจะใช้ระบบความร้อนขยายฐานองค์พระออกไปประมาณ 1-1.5 ม.ม.แล้วนำองค์พระสวมลงบนแป้นที่เตรียมไว้ พออุณหภูมิเย็นลงฐานจะหดตัว แล้วเกิดแรงบีบในแป้นรับฐานองค์พระ โอกาสที่จะดึงองค์พระออกไปจึงทำได้ยาก และการดึงจะทำให้องค์พระขาดจากกัน
    สำหรับเทคนิกการสร้างพระธรรมกายประจำตัวนี้ ในเทปเจาะลึกมหาธรรมกายเจดีย์ ที่วัดพระธรรมกายเผยแพร่ ได้มีการสัมภาษณ์ดร.สมศักดิ์ จงวัฒน์ผล ผู้ควบคุมงานโลหะโครงสร้างงานมหาธรรมกายเจดีย์ได้ระบุว่าการหล่อพระธรรมกายเจดีย์ ใช้ซิลิคอน บรอนซ์- ซึ่งจะทำให้เนื้อพระยืนยาวนับพันปี และจะมีการใช้เทคโนโลยีทำให้ผิวของพระเป็นสีทอง ด้วยการใช้ทองคำจริง ๆ โดยวัสดุที่เคลือบก่อนการลงทองคำจะเป็นไทแทเนียม
    ดร.สมศักดิ์ยืนยันว่าผิวทองคำนี้ไม่ใช่ชุบทอง โดยย้ำว่าจะยั่งยืนเกินกว่า 50ปี และตลอดชีวิตคนสร้างจะได้เห็นเกิน 50 ปีแน่นอน แต่ไม่มีการย้ำว่าผิวดังกล่าวจะยั่งยืนถึง 1 พันปี ในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีชาวบ้าน 30 คน อ้างว่ามาจากจ.เพชรบุรี โดยแกนนำแต่งกายชุดขาว กางเกงน้ำเงินเหมือนของวัดพระธรรมกาย นำชาวบ้านมาหาพระอดิศักดิ์ วิริยสโก อดีตพระแกนนำวัดพระธรรมกายที่ออกมาให้ข่าวความไม่ชอบมาพากลของวัด โดยแกนนำชาวบ้านระบุว่าได้ยินข่าวพระอดิศักดิ์รับเงินหลายล้านบาทจากศาสนาอื่นมาทำลายศาสนาพุทธจึงทนดูไม่ได้ และมาชุมนุมกันเพื่อห้ามไม่ให้พูดถึงวัดพระธรรมกายอีก ไม่เช่นนี้ถูกขับออกไปเพราะชาวบ้านจะก่อกวนความไม่สงบ และบอกว่าจะมาอีก 4-5 คันรถ ในอีก 2-3 วัน ปรากฎว่าลูกศิษย์วัดแจ้งตำรวจสน.บางขุนเทียน ทำให้คนกลุ่มนี้รีบเผ่นหนี ทางด้านพระอดิศักดิ์เปิดเผยว่าไม่สนใจ และไม่เอาเรื่อง ใครทำกรรมใดได้รับกรรมนั้น อาตมาไม่รับรู้กรรมของใคร อโหสิให้ทุกคน และครั้งนี้เป็นการก่อกวนให้เกิดความวุ่นวายให้เจ้าอาวาสขับออกจากวัด
    ผู้สื่อข่าว"เดลินิวส์"จากจังหวัดศรีสะเกษรายงานว่าหัวหน้าส่วนราชการ ห้างร้านจำนวนมากได้รับหนังสือเชื้อเชิญให้ทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวราคาองค์ละ 1 หมื่นบาท โดยผู้ทำหนังสือบอกบุญคือพระมหาสมชาย กุสฺสโม เจ้าอาวาสวัดเมืองคง ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ สาขาวัดพระธรรมกายทีมแก้วภูธร ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ทำบุญมาก เพราะไม่เห็นด้วยกับการบอกบุญของวัด และเชื่อว่าต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแฝงอยู่ และลักษณะของธรรมกายเจดีย์ที่บรรจุพระธรรมกายประจำตัวก็มีลักษณะคล้ายจานผี
    ก่อนหน้านี้ทางสาขาวัดธรรมกายยังจัดบรรยายพิเศษเรื่อง"ทางรอดของโลกมนุษย์ปี 2000" โดยผู้ที่มาบรรยายล้วนเป็นศิษย์วัดพระธรรมกาย และบรรยายการมาเยือนโลกมนุษย์ของมนุษย์ต่างดาวด้วยยานอวกาศ และอ้างว่าติดต่อกับมนุษย์ต่างด้าวได้ พร้อมกับลูกศิษย์วัดยังยืนยันมียานอวกาศมาลงที่บ้านบอน ต.บึงบอน อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ แล้วทิ้งร่องรอยไว้บนพื้นดิน แต่จากการพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นการพ่นยาฆ่าหญ้าของผู้ที่ต้องการสร้างสถานการณ์บางคน

    Re: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะถามไม่ถูกคนนะสิครับ
    Posted by พุทธศาสนิกชน on January 14, 1999 at 12:06:28:
    In Reply to: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ posted by ซื้อพระประจำตัวน่ะบาปนะจ๊ะ เพราะได้มาด้วยการโกงวิชา on January 13, 1999 at 19:10:16:
    จะถามให้ถูกคน ต้องไปถาม ดร. สมศักดิ์ จงวัดผล ที่วัดพระธรรมกายครับ
    ผมเคยได้รับฟังเรื่องการเคลือบผิวของพระประจำกายประจำตัวมาครั้งหนึ่ง จาก ดร. สมศักดิ์ จงวัดผล (ถ้าสะกดชื่อท่านผิด ก็ขออภัยนะครับ)
    ผมเคยมากล่าวเรื่องนี้ไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ผมสะกดคำศัพท์ผิดไปหนึ่งคำ มีผู้ต่อว่าว่ารู้ไม่จริงแล้วอย่ามาพูด
    ผมก็ย่อมรับว่ารู้ไม่จริง เพราะไม่เคยทำงานทางนี้ ผมก็เลยลองไปค้นดูจาก Yahoo พบว่ามีที่ให้อ่านมากเกี่ยวกับการเคลือบผิวโลหะที่เรียกว่า Sputtering โดย Physical Vapor Deposition (PVD) อีกทั้งก็มีหนังสือที่มีคนเขียนไว้ ซึ่งมีขายตามท้องตลาด
    เอาเป็นว่าขอเสนอรายละเอียดตามที่ ดร. สมศักดิ์ จงวัดผล เคยเสนอนะครับ ท่าน ดร. สมศักดิ์ กล่าวไว้ที่งานสมนาผู้นำบุญกล้าตะวัน ณ วัดพระธรรมกาย วันที่ 6 ธันวาคม 2541 ตอนหนึ่งว่า
    ".... การทำผิวให้เป็นทองคำ ทองคำนี่ ขอยืนยันอีกทีนะครับว่าเป็นทองคำจริงๆ และไม่ใช่เป็นการชุบทอง เราใช้ Technology อันหนึ่งที่เรียกว่า Sputtering Sputtering คือการบอมบาดผิวของพระด้วย อนุภาพของ Titanium ก่อน แล้วตามด้วย ทองคำ ดังนั้นจึงมีความทนทานยั่งยืน เกินกว่า 50 ปี ท่านจะได้เห็นพระธรรมกายบนเจดีย์เกิน 50 ปีในชั่วอายุท่าน เป็นทองคำ แน่นอนครับ ...."
    ที่ถูกต้องอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นหลักธรรมชาติก็คือ ผิวทองคำของพระธรรมกายประจำตัวที่ประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์ จะต้องลอกแน่ๆ ที่ทางวัดทำก็คือ เลือกใช้วิธีและวัสดุ ที่คุ้มที่สุดที่จะคงสภาพความสวยงามขององค์พระให้นานที่สุด
    ท่าน ดร. สมศักดิ์ จงวัดผล ได้ยืนยันความคงทนของผิวเคลือบว่าเกินกว่า 50 ปีไว้ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2541 แล้ว ส่วนการเคลือบผิวด้วย Nickel แล้วตามด้วย Titanium ก็ทำให้ผิวเคลือบเป็นสีทองได้เช่นกัน แต่นี่ไม่ใช่วิธีที่ทางวัดใช้
    ตัวองค์พระประจำตัวเองนั้น ทำด้วย Silicon Bronze ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่า เป็นโลหะที่มีความคงทนต่อสภาพอากาศมากชนิดหนึ่ง เดิมทีเขาใช้โลหะชนิดนี้ทำใบพัดเรือเดินสมุทร ทางญี่ปุ่นเองเคยขุดพบโคมไฟที่ทำด้วย Bronze ธรรมดา จากใต้ดินซึ่งมีอายุเกินพันปี และยังอยู่ในสภาพที่ดีสวยงาม ท่าน ดร.สมศักดิ์ กล่าวว่า ท่านมั่นใจว่าองค์พระนี่ จะสามารถอยู่ได้เกินพันปี มั่นใจมากถึงกับกล้ากล่าวเอา Ph. D. ของท่านเองมาเป็นประกัน
    เรื่องการไปดูงานของทางวัด ผมคิดเองนะครับว่า ทางวัดคงได้ไปดูงานจริง จะจากไหนนั้นผมก็ไม่ทราบ ส่วนเรื่องการโกงวิชานั้น ผมไม่เชื่อหรอกครับ ผมเองหากอยากจะทราบเรื่องนี้มากขึ้นผมก็สามารถไปหาอ่านได้ใน web site ต่างๆ หรือหาซื้อหนังสือมาอ่านด้วยก็ได้ ไม่ต้องขโมยใคร หรือว่านั่นคือการขโมยครับ

    Re: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะถามไม่ถูกคนนะสิครับ
    Posted by มือใหม่ on January 14, 1999 at 14:33:01:
    In Reply to: Re: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะถามไม่ถูกคนนะสิครับ posted by พุทธศาสนิกชน on January 14, 1999 at 12:06:28:
    คุณพุทธศาสนิกชน
    ผมเคยเตือนคุณแล้วว่าหากรู้ไม่จริงก็อย่าพูด
    คนอย่างดร. สมศักดิ์ไม่มีความรู้จริงทางPVDหรอกเพราะจบมาคนละทาง ซ้ำร้ายหากรู้จริงทางวัดของคุณคงพึ่งพาเขาได้ไม่ต้องเที่ยวออกไปโขมยวิชาจนเรื่องเหม็นโผล่ออกมาทาง นสพ เดลินิวส์หรอก
    PVD เป็นศาสตร์ใหม่ มีผู้รู้ในเมืองไทยในจำนวมนับนิ้วมือได้และดร. สมศักดิ์ ของคุณก็ไม่ไช่หนึ่งในนั้น
    วิชานี้มีราคาสูงมากทั้งตัวเครื่องชุบ และวิชาสร้างเนื้อสาร
    ในโลกเขาขายกันเนื้อละเป็นล้านบาททีเดียว
    เช่น TiN ราคาหนึ่ง DLC อีกราคาหนึ่ง
    คุณพูดออกมาได้อย่างไรว่าซื้อหนังสือมาอ่านก็ทำได้
    ช่วยบอกผมทีว่าหนังสือเล่มใหน ชื่ออะไร ใครเขียน
    ที่เที่ยวพูดถึงsputteringน่ะคุณรู้ไหม sputteringมีกี่แบบ
    มีกลไกอย่างไร วัดคุณใช้แบบไหน และเพราะอะไร
    ผมจะบอกให้เอาบุญว่าแม้แต่การเลือกเครื่องของวัดก็อาศัยไปเห็นระบบของเอกชนเขามา เพราะทีมงานของคุณไม่มีความรู้ดีพอแม้แต่เรื่อง PVD ยังต้องอาศัยเอกชนแนะนำให้รู้จักเลย
    เพราะการทำPVDมีอยู่หลายระบบ ไม่ใช่สักแต่ทำsputteringอยู่พร่ำเพรื่อ และวัดก็ไม่ได้มีแต่ระบบsputteringแต่เพียงอย่างเดียว (ผมเคยบอกคุณแล้วนะว่ามีระบบอะไรบ้าง)
    คุณรู้ไหมว่าทำไมต้องมีหลายระบบ ข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบเป็นอย่างไร
    ไหนๆก็พูดเรื่องPVDแล้วก็ขอบอกต่อเอาบุญเพิ่มว่ามีสารประกอบหลายชนิดที่PVD ทำได้และให้สีทอง
    แต่ที่นิยมมากที่สุดคือTitanium Nitride (TiN)

    ขอทราบเพิ่มเติม ปกติสารประกอบไนไตรด์ทั้งหลาย เป็นพิษไม่ใช่เหรอ? แล้วทางวัดกำจัดมันอย่างไร ทำให้เป็นผลเสียกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่? นอกจากเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจนทำให้เกิดข้อร้องเรียนมาเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน
    Posted by *** on January 14, 1999 at 21:21:35:
    In Reply to: Re: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะถามไม่ถูกคนนะสิครับ posted by มือใหม่ on January 14, 1999 at 14:33:01:
    และสงสัยต่อไปด้วยว่า การหล่อพระพุทธรูปนั้น ได้ขออนุญาตตั้งโรงงานหรือเปล่า และมีการควบคุมและกำจัดของเสียอย่างไรบ้าง เพราะแม้จะไม่ได้ทำเพื่อการค้า(หากวัดจะอ้าง แต่ผมว่าการค้าเต็มตัว) ก็ตาม ก็คงจะต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงงาเสียก่อน อย่างน้อยจะต้องมีวิธีกำจัดของเสียนะ นะจ๊ะ

    เลิกตะแบงแล้วจะเจริญนะจ๊ะ
    Posted by มือใหม่ on January 14, 1999 at 15:32:32:
    In Reply to: Re: เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะถามไม่ถูกคนนะสิครับ posted by พุทธศาสนิกชน on January 14, 1999 at 12:06:28:
    "เรื่องการไปดูงานของทางวัด ผมคิดเองนะครับว่า ทางวัดคงได้ไปดูงานจริง จะจากไหนนั้นผมก็ไม่ทราบ"
    ตอบ : นสพ เขาลงแล้วว่าโขมยวิชาคนไทยด้วยกัน รายละเอียดก็มี copy มาให้อ่านแล้ว ไม่กล้าอ่านไม่กล้ายอมรับความจริง
    "ส่วนเรื่องการโกงวิชานั้น ผมไม่เชื่อหรอกครับ ผมเองหากอยากจะทราบเรื่องนี้มากขึ้นผมก็สามารถไปหาอ่านได้ใน web site ต่างๆ "
    ตอบ : web site ต่างๆเขาสอนคุณชุบด้วยหรือ เห็นเขามีแต่โฆษณาขายเครื่อง
    "หรือหาซื้อหนังสือมาอ่านด้วยก็ได้ ไม่ต้องขโมยใคร หรือว่านั่นคือการขโมยครับ"
    ตอบ : หนังสือเล่มไหนจ๊ะ วัตถุแต่ละชนิด เนื้อสารเคลือบแต่ละเนื้อมีtechniqueต่างกันไปนะจ๊ะ
    ถ้าซื้อหามาอ่านกันง่ายๆ ใครเขาจะยอมเสียเงินซื้อtechniqueวิธีการชุบกันแพงๆละจ๊ะ

    [- จริงแฮะ Know How แบบนี้ เขาไม่มาบอกกันง่ายๆหรอก นอกจากจะต้องซื้อเครื่องจักร และซื้อคอร์สเทรนจากเขา ไม่ใช่งานกลึงงานไสนะจ๊ะ จะได้ไปเปิด internet เอา หรือซื้อหนังสือมาอ่านเอา เอาแค่ง่ายๆ วิธีการทำ IC น่ะ มีทั้งหนังสือ มีทั้งใน internet มีทั้งสอนในมหาวิทยาลัย แต่ถามว่าคนไทยทำเองได้มั้ย แค่สั่งเครื่องจักรมาจะทำเลยได้มั้ย คำถามนี้ง่ายจะตาย ถ้าทำได้ คนไทยคงลงมือทำ OEM ชิป IC ไปนานแล้ว ไม่ต้องล่อหลอกให้ฝรั่งมาเปิดโรงงานในไทยหรอก -]
    Posted by . on January 14, 1999 at 21:27:09:
    In Reply to: เลิกตะแบงแล้วจะเจริญนะจ๊ะ posted by มือใหม่ on January 14, 1999 at 15:32:32:
    วัดนี้ขี้โม้จนเคยตัว ทั้งเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ลูกศิษย์ ทั้งหมดทั้งก๊กเลย!!!!

คำตอบจากคุณ: บัณฑิตย่อมหลีกคนชั่ว 24 มีนาคม 2542 เวลา 21:03:37

หากคุณรู้คำตอบ ของคำถามข้างบน ตอบได้ที่นี่ครับ

    ชื่อ หรือ email ของคุณ:
    คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น:


This page hosted by Hypermart, the world's fastest growing business community!