Make your own free website on Tripod.com

กระทู้ที่หายไป (กระทู้ 181 เรื่อง มัจฉิมาสติปัฏฐา แปลว่าอะไร) รีบอ่านเสียก่อนที่จะถูกฉกออกไปอีก

    กลับมาเขียนอีกครั้งแล้วนะคะ หวังว่าคงยังจำกันได้ สำหรับคืนนี้ขอนำเรื่องเดิมที่เคยเขียนไปแล้วที่ กระทู้ 181 กลับมาเขียนอีก เพราะคราวที่แล้วเพียงชั่วข้ามคืน กระทู้นี้ก็หายไปอย่างอัศจรรย์ เลยขอเอามาเล่าใหม่ หวังว่าคงไม่เกิดอาเพศกระทู้หายไปอีกนะคะ


    หากท่านทั้งหลายมีโอกาสเข้าไปที่วัดพระธรรมกาย ลองถามพระที่วัดนี้ดูว่า มัจฉิมาสติปัฏฐา แปลว่าอะไร รับรองว่าท่านจะได้รับคำตอบที่แปลกประหลาดอย่างที่ท่านไม่เคยได้ยินมาก่อน
    ครั้งหนึ่งที่ดิฉันไปร่วมปฏิบัติธรรมที่ศูนย์แห่งหนึ่งของวัดพระธรรมกาย ครั้งนั้นจำได้ว่ามีพระระดับพระใน ของวัดพระธรรมกาย สองรูปเป็นผู้นำการนั่งสมาธิในวันนั้น คือ หลวงพี่บดินทร์ และ หลวงพี่สุรัช ในขณะที่นั่งปฏิบัติธรรมอยู่นั้น หลวงพี่ทั้งสองก็พูดนำการปฏิบัติธรรม และบอกให้พวกเรากำหนดจิตตั้งวางไว้ที่ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7

    ท่านบอกว่า ที่จริงแล้วคำว่ามัจฉิมา นั้นชาวพุทธเราส่วนใหญ่เข้าใจผิดหมด ไปถือเอาคำเปรียบเทียบที่ว่า สายพิณนั้นหากขึงตึงไปก็ขาด ขึงหย่อนไปก็เสียงไม่ไพเราะ ชาวพุทธเราจึงเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่า คำนี้หมายถึง ทางสายกลาง ที่ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปหมด ท่านบอกว่า ที่จริงแล้วมัจฉิมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเรานี่เอง ศูนย์กลางกายของเราเป็นจุดเชื่อมไปสู่ อายตนะนิพาน เป็นมรรคที่จะนำพาเราไปสู่นิพาน ท่านกล่าวว่าจึงขอให้พวกเราเข้าใจเสียใหม่
    เล่นเอาดิฉันงงไปเลยค่ะ เพราะคำๆนี้ได้ยินมาตั้งแต่เรียน พุทธศาสนาตอนอยู่ชั้นประถมฯ ไม่เห็นมีใครบอกอย่างนี้เลย ในขณะที่ฟังก็คัดค้านไปในใจด้วย เล่ามาก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายอ่านแล้วคิดเอาเองก็แล้วกันนะคะ ว่าพวกเขาทำให้ศาสนาของเราเพี้ยนไปขนาดไหน หรือเพราะดิฉันเองที่โง่เขลา ไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของคำนี้

    สำหรับศิษย์วัดนี้ทั้งหลายก่อนจะเถียงว่าไม่จริงก็ลอง ไปถามพระในของวัดนี้รูปไหนดูก็ได้ว่าท่าน เข้าใจเช่นนี้หรือไม่ ดิฉันได้ยินการสอนแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าจะให้ชัวร์ก็ลองไปถามหลวงพี่ทั้งสองรูป ที่ดิฉันเอ่ยชื่อมาก็ได้คะ
    และคงเป็นเพราะสาเหตุนี้เอง วัดนี้จึงไม่รู้จักคำว่าพอดี มีการเรี่ยรายบอกบุญกันอย่างไม่รู้จักพอ ถ้าวัดนี้รู้จักคำว่ามัจฉิมาจริงๆ เรื่องราวก็คงไม่บานปลายใหญ่โตอย่างนี้

คำถามจากคุณ: โง่งมงาย 22 มีนาคม 2542 เวลา 23:38:20:


    ขอบคุณครับ อีกไม่นานคงหายไปอีกแน่ ฮ่าฮ่า เขียนมาอีกนะครับอย่าหายไป
คำตอบจากคุณ: แมน 23 มีนาคม 2542 เวลา 2:29:42
    พระพรหมโมลีกินสินบนนะตอนนี้ดิฉันเชื่อเด็ดขาดเลย ไม่นึกเหมือนกันบวชเป็นพระยังเห็นแก่เงิน
    ไม่ควรห่มผ้าเหลืองน่าจะไปห่มขยะ คุณโง่คะดิฉันจะทำบุญให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณคะ
    ขอให้คุณเขียนมาอีกนะคะ คนอีกหลายคนมีสติเพราะข้อเขียนของคุณนะคะ ขอให้พระคุ้มครอง
    คนดีอย่างคุณขอให้แคล้วคลาดจากภัยทั้งหลาย ใครคิดร้ายขอให้มีอันเป็นไปคะ
คำตอบจากคุณ: มาให้กำลังใจคะ 23 มีนาคม 2542 เวลา 9:52:57
    จะอย่างไรเขาก็รับในสื่ข้อ
    ใจจดจ่อฟังคำย้ำตัดสิน
    ไม่มีใครเป็นโจทก์โปรดรับยิน
    ค่อยค่อยผินสู่เส้นทางที่วางกัน
    ขึ้นกับใจเห็นธรรมนำสู่ชอบ
    ไว้ปลุกปลอบทุกอย่างกรรมธรรมที่สอน
    ทำอย่างไรรับไว้ที่กระดอน
    หากเว้าวอนสตหายกลายทุกข์ทน
    ทำอย่างไรโลภะชนะอีก
    หาทางปลีกปฏิบัติชัดน่าสน
    ธรรมดารู้ตัวไม่ชั่วชน
    อีกกุศลอบรมบ่มเจริญ
    บริสุทธิ์ที่ใจใฝ่ตรองตรึก
    น้อมรำลึกพระธรรมนำสรรเสริญ
    จะพบทางสว่างไสวในบัดดล
    แก่ทุกคนที่ไม่คร้านเบิกบานเป็น
    ทางสายกลางเดินไปได้ทุกเมื่อ
    ธรรมเอื่้อสติมาพาให้เห็น
    สมาธิแน่วแน่แผ่ให้เย็น
    ปัญญาเน้นนั่นพุทธแทัแต่ความจริง.
คำตอบจากคุณ: sarapee 23 มีนาคม 2542 เวลา 15:33:34

หากคุณรู้คำตอบ ของคำถามข้างบน ตอบได้ที่นี่ครับ

    ชื่อ หรือ email ของคุณ:
    คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น:


This page hosted by Hypermart, the world's fastest growing business community!