Make your own free website on Tripod.com
ธรรมกายทุ่มดูด นร.ร่วมบวชชี

วัดธรรมกายทุ่มสุดเดช ส่งพระเดินสายจังหวัดละ 4 รูป ดูดเด็กร่วมงานบวชชีปะขาวแสนคน ขนาดชายแดนอย่างสระแก้วยังตระเวณไปถึง ล่อใจมีรถรับส่งให้ กินฟรี อยู่ฟรี ได้เที่ยวฟรี ผู้ปกครองผวาลูกถูกล้างสมอง กรมสามัญฯทำหนังสือเวียนงานนี้ห้ามบังคับ ขึ้นราคาพระดูดทรัพย์เป็น 1.5 หมื่น เตรียมเฟ้นปาฏิหารย์สุด ๆ พวกอุบัติเหตุไม่ตาย ปืนยิงไม่เข้าให้เป็นข่าวใหญ่สร้างศรัทธา มหาเถรฯยังไม่ถกปัญหาธรรมกาย เจ้าคณะภาค 1 บอกไม่มีกำหนดเสร็จ

การบวชอุบาสกแก้วหรือที่เรียกให้ถูกต้องคือการบวชชีปะขาวจำนวน 1 แสนคนของวัดพระธรรมกายได้มีความพยายามระดมคนเข้าร่วมโครงการ โดยส่งพระออกตระเวณในต่างจังหวัดเพื่อดึงนักเรียนให้เข้าร่วมงานนี้
เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสระแก้วรายงานว่ามีพระจากวัดพระธรรมกาย 4 รูป เข้ามาในจังหวัดและชี้แจงให้กับเด็กนักเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาทุกอำเภอ รู้ถึงปัญหาของวัดรวมถึงได้เดินทางมายังโรงเรียนมัธยมสระแก้ว พร้อมกับแจกจ่ายใบสมัครชักชวนให้บวชอุบาสกแก้วในวันที่ 29-31 มกราคมนี้ โดยนายวัชรพงศ์ ศรีตะปัญญะ อาจารย์หัวหน้าหมวดวิชาสังคมศึกษา กล่าวว่าพระวัดพระธรรมกายแจกใบสมัครมา 300 ใบ โรงเรียนแจกให้นักเรียนไปปรึกษาผู้ปกครอง ไม่มีการบังคับตามแต่สมัครใจโดยวัดเสนอจัดรถบัสรับส่งฟรี 23 คัน และอาหารฟรีตลอดรายการ ซึ่งขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองว่าไม่อยากให้ไป
ขณะเดียวกันโรงเรียนมัธยมในอ.อรัญประเทศและอ.วัฒนานคร ได้มีหนังสือเวียนจากกรมสามัญศึกษาห้ามไม่ให้ครูบังคับนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมของวัด จึงทำให้หลาย ๆ โรงเรียนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ต้องระงับแผนงานไป
นายลำใย ป้อมบุปผา ผู้ปกครองเด็กนักเรียนรายหนึ่งกล่าวว่าตนยังไม่ยินยอมให้บุตรเข้าวัดนี้เด็ดขาดเพราะมีกระแสข่าวในหนัาหนังสือพิมพ์ และยังไม่โปร่งใส อยู่บ้านก็ปฏิบัติธรรมได้ ขอแต่อย่าให้ครูบังคับแล้วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครราชสีมาว่าที่โรงเรียนพิมายวิทยาลัย อ.พิมาย ได้มีพระจากวัดพระธรรมกายนั้งรถเก็งมาบรรยายธรมจำนวน 4 รูป ให้กับเด็ม.ปลายและม.ต้นฟังโดยเด็กนักเรียนทั้งหมดมีจำนวน 3,400 คนฟัง เช่นกันผู้ที่ประสานงานคือนางสาววจีรัตน์ นาคะนิเวศน์ อาจารย์ฝ่ายแนะแนว โดยผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่าลูกหลานจะถูกชักจูง เพราะจะมีการนำเด็กไปร่วมงานบวชชีปะขาวด้วย
นางวจีรัตน์กล่าวว่าการแสดงธรรมของพระวัดพระธรรมกายได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว ส่วนที่เด็กจะไปงานบวชอุบาสกแก้วหรือไม่อยู่ที่การอนุญาตของผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนของโรงเรียนสามารถตอบปัญหาธรรมของวัดได้ และจะได้ใบประกาศ 1,600 คน ตนเห็นใจวัดพระธรรมกายมากที่ถูกโจมตี ตนเสียสละเพื่อวัดนี้ตลอดสร้างพระประจำตัวไปแล้ว 4 องค์ การไปงานบวชอุบาสกแก้ววัดก็ออกค่าใช้จ่ายให้หมดทั้งค่ารถ ค่าอหาร ซึ่งจะเดินทางไปกลับในวันเดียว
ด้านนายประวัติ นวลศรี ผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดนครราชสีมาซึ่งดูแลโรงเรียนกว่า 100 แห่งได้อกหนังสือเวียนถึงโรงเรียนทุกแห่งว่าสามัญศึกษาจังหวัดเห็นว่าการบวชอุบาสกแก้วช่วยให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยน์ แต่ขอให้เป็นไปตามสมัครใจของนักเรียนและผู้ปกครองโดยไม่ให้บังคับ
นายสนิท เหลืองภิรมย์ นายอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานีเปิดเผยว่าอำเภอคลองหลวงจะรับหน้าที่ในการตวจสอบปัญหาพระธรรมกาย เนื่องจากได้ปรากฎหลักฐานการมอบอำนาจจากจังหวัดปทุมธานีที่เคยมีหนังสือเวียนต้งแต่ปี 2530 ข้อมูลที่อำเภอมีอยู่ก็ไม่มากนัก แต่ต้องตรวจสอบเพราะเป็นหน้าที่โดยแยกเป็น 2 ประเด็นคือการก่อสร้างของวัดเป็นชื่อที่ดินของวัดหรือของมูลนิธิธรรมกายโดยหากเป็นที่ดินของวัดก็ไม่ต้อเสียภาษี แต่เท่าที่ทราบที่ดินมีทั้งของวัดและของมูลนิธิ อีกประเด็นคือรายรับรายจ่ายของมูลนิธิซึ่งจะเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดที่ผู้ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิคือส.น.บุศกร บูรย์ประมุข และในต้นเดือนหน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงในอำเภอคลองหลวงก่อนว่าจะลงความเห็นกันอย่างไร
ที่จังหวัดอยุธยา ประชาชนจำนวนมากติดตามข่าววัดพระธรรมกายและพบว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เผยแพร่รายการในช่วงบ่าย เชิญชวนให้คนไปบวชงานอุบาสกแก้ว ซึ่งอาจารย์โรงเรียนแห่งหนึ่งกล่าวว่าไม่น่าจะมีรายการเช่นนี้เพราะกำลังเกิดปัญหา ขณะนี้หลายโรงเรียนได้รับการร้องขอจากวัดให้ร่วมการบวช และส่วนหนึ่งเด็กที่ไปเพราะถ้าใครไปก็ไม่ต้องเรียนและเกรงใจครู ส่วนที่วิทยาลัยอาชีวะศึกษาพระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าครูสตรีที่เป็นสาวกของวัดจะประชุมนักเรียนทั้งหมดในวันที่ 27 ม.ค.นี้ เพื่อขอทราบจำนวนนักเรียนที่จะไปงานบวชอุบาสกแก้ว ส่วนใหญ่นักเรียนจะไปแค่วันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค.วันเดียว
ขณะเดียวกันได้มีโทรสารและจดหมายทั้งฝ่ายที่สนับสนุนวัดพระธรรมกายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าวัดสอนคนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม นอกจากนั้นยังมีโทรสารที่ต้องการให้พระเถระและพระผู้มีอำนาจออกมาแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมายโดยเฉพาะกรณีที่ระบุคำว่านิพพานเป็นอัตตาเป็นสถานที่ เพราะขัดต่อพระไตรปิฎก และให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่เคยทำสังคายนาพระไตรปิฎกมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดพระธรรมกายว่าในวันที่ 6 ก.พ.นี้วัดจะขึ้นราคาค่าสร้างพระธรรมกายประจำตัวเป็นองค์ละ 1.5 หมื่นบาท จากเดิมที่ราคา 1 หมื่นบาท และจะได้พระของขวัญคือพระมหาสิริราชธาตุเหมือนเดิม เพราะค่าวัสดุขึ้น และวัดได้เผยแพร่หนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุเพื่อให้เกิดศรัทธา โดยมีการรวบรวมปาฏิหารย์ต่าง ๆ และจะสรรหาปาฏิหารย์ใหม่ ๆ อาทิการเกิดอุบัตเหตุแล้วไม่ตายเพราะห้อยพระ หรือถูกยิงแล้วไม่เข้า ซึ่งถ้ามีจะเป็นข่าวใหญ่แน่นอน
ในวันเดียวกันมีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม นายสมชาติ รัตนถาวร รองอธิบดีกรมการศาสนาเปิดเผยว่าที่ประชุมไม่ได้หยิบยกกรณีวัดพระธรรมกายเข้าไปพูดคุย และไม่ใช่การซื้อเวลาแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดำเนินการอยู่ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนพระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เจ้าคณะภาค 1 ซึ่งได้รับมอบหมายให้พิจารณาปัญหาวัดพระธรรมกายกล่าวว่ากำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ และดำเนินการทุกวัน โดยยังไม่เสร็จและบอกไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด
สำหรับปัญหามูลนิธิความหวังของชาวไทยนั้น นายอาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าตนให้นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนาตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าควรให้มูลนิธิดำเนินการต่อหรือไม่ และให้เหตุผลว่าควรหรือไม่ควรเพราะเหตุผลใด เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.)ดำเนินการต่อไป หลังจากเกิดปัญหากรมการศาสนายังไม่แสดงท่าทีออกมา อย่างไรก็ตามกรมการศาสนารายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของมูลนิธิว่าไม่ควรเพิ่มกิจกรรมด้านเผยแพร่ศาสนา เพราะไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรศาสนาคริสต์ 5 องค์กร และจะมีการทำหนังสือจากกรมการศาสนาไปยังสวช.ว่ากรมการศาสนาไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นอกจากนั้นกรมการศาสนายังเสนอความเห็นว่ากรรมาธิการการการศาสนาฯน่าจะเชิญตัวแทนมูลนิธิไปชี้แจงด้วย
นางรูบินา กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิความหวังของชาวไทยทำหนังสือถึงนายเด่น โต๊ะมีนา ประธานกรรมาธิการการศาสนาฯ เพื่อขอความเป็นธรรมและให้แก้ไขข่าวของมูลนิธิให้ถูกต้อง รวมถึงขอให้มูลนิธิเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ
ส่วนนายปราโมทย์ โชติมงคล รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย กล่าวถึงตำแหน่งศาตราจารย์ของนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สนับสนุนมูลนิธิความหวังของชาวไทยว่า ตำแหน่งศ.นี้ไม่ได้รับจากทบวงแน่ และนายเกรียงศักดิ์ไม่ได้เป็นอาจารย์ทั้งของมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนในประเทศไทย รู้แต่งเพียงว่านายเกรียงศักดิ์จบจากต่างประเทศ ส่วนตำแหน่งศ.ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร