Make your own free website on Tripod.com
จี้เร่งสอบคำสอนธรรมกายผิดไม่ผิด

ราชบัณฑิตดานศาสนาลุยยื่นหนังสือถึงมหาเถรสมาคม จี้พระผู้ใหญ่สอบประเด็นคำสอนของวัดพระธรรมกายผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ หากไม่ผิดต้องประกาศให้สาธุชนทราบพร้อมออกคำสั่งห้ามโต้ แย้งคัดค้านคำสอนวัดพระธรรมกาย ถ้าผิดให้ประกาศเป็นสัทธรรมปฏิรูป กมธ.ศาสนาหวั่นเกิด "ธรรมกาย 2" สอบมูลนิธิความหวังของชาวไทยทำตัวเหมือน "ธรรมกาย" เน้นการบริจาคเงินได้บุญ เผยมีเยาวชนเป็นสมาชิกไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคนแล้ว

ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม โดยมีนายเด่น โต๊ะมีนา ส.ส.ปัตตานี พรรคความหวังใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯเป็นประธาน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงแต่ไม่มีเรื่องการพิจารณาปัญหาของวัดพระธรรมกายด้วย
นายเด่นกล่าวว่า เหตุที่ไม่มีเรื่องของวัดพระธรรมกายเพราะได้ใช้เวลาในการพิจารณาเรื่องลัทธิศาสนา ที่เป็นอันตรายต่อเยาวชน สังคม เกี่ยวกับมูลนิธิความหวังของชาวไทย ซึ่งจากการชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ลักษณะของมูลนิธินี้คล้ายคลึงกับมูลนิธิธรรมกายเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าเป็นสมาชิกแล้วนับถือแต่พระเจ้าเพียงอย่างเดียวไม่เชื่อถือใครทั้งสิ้น บริจาคเงินช่วยมูลนิธิจนหมดตัวแถมยังมีการมั่วสุมทางเพศด้วย แต่การตรวจสอบเรื่องนี้คงกระทำได้ยากเนื่องจากการดำเนินพิธีกรรมนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกปิด ห้ามบุคคลภายนอก
"น่าห่วงมากเพราะขณะนี้มีเยาวชนสมัครเข้าเป็นสมาชิกไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคน และมีสาขาขยายไปทั่วประเทศกว่า 100 สาขา และหากปล่อยให้มีการขยายตัวต่อไปจะถือเป็นเรื่องอันตรายมาก นอกจากนี้แล้วการตรวจสอบมูลนิธิก็ยังพบความไม่ชอบมาพากลในการจดทะเบียนด้วย เพราะวัตถุประสงค์นั้นไม่มีข้อใดระบุถึงการเผยแผ่ศาสนาเลย แต่ต่อมาได้มีการเพิ่มวัตถุประสงค์ในประเด็นเผยแผ่ศาสนา แต่กรมการศาสนาไม่อนุมัติเพราะได้สอบถามไปยังองค์กรศริสต์ศาสนาทั้ง 5 แห่งแล้ว ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วย"
วันเดียวกันนี้นายเสถียฐพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตสาขาศาสนศาสตร์ ได้ยื่นหนังสือถึงมหาเถรสมาคมเพื่อให้พิจารณาพฤติกรรมของวัดพระธรรมกาย โดยผ่านนายอุดม สุขสุวรรณ รองอธิบดีกรมการศาสนา หนังสือดังกล่าวมีความยาวทั้งสิ้น 6 หน้ากระดาษ ภายหลังการรับหนังสือดังกล่าวแล้วนายอุดมกล่าวว่า จะรีบเสนอให้แก่มหาเถรสมาคมเป็นการด่วน
สำหรับสาระสำคัญของหนังสือฉบับดังกล่าวนั้นระบุว่า วิกฤติการณ์พระพุทธศาสนาขณะนี้เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะได้มีสัทธรรมปฏิรูปขึ้นโดยแสดงพระธรรมวินัยผิดแผกไปจากหลักการของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะในประเด็นหลักอันเป็นแก่นของพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลักการของวิชชาธรรมกาย การค้นพบ วิธีปฏิบัติเพื่อเข้าถึงธรรมกาย ที่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการทำตนให้เป็นพระพุทธรูปสามารถถอดกายเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ รวมถึงเรื่องพระนิพพานที่วัดพระธรรมกายสั่งสอนว่าเป็นสถานที่ เป็นอัตตามีตัวตนถาวร
นอกจากนี้พิธีกรรมบางอย่างยังเป็นพิธีกรรมนอกพระศาสนาอีกมากมายอาทิ พิธีนำข้าวขึ้นไปถวายพระพุทธเจ้าบนพระนิพพาน พิธีอัดธรรมกายให้แก่ลูกศิษย์ที่เลือกแล้ว ณ ห้องสมหวังบนดอยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ เรื่องทั้งหมดนี้เป็นหลักการของพุทธศาสนาที่ถูกบิดเบือนด้วยความเข้าใจผิด จนกลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป
หนังสือฉบับดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้มหาเถรสมาคม ตอบคำถามในประเด็นที่เกี่ยวกับพฤติปฏิบัติของพระสงฆ์วัดพระธรรมกายด้วย อาทิ การที่พระภิกษุมีอาชีพอื่นนอกเหนือจากการบิณฑบาตเลี้ยงชีพตามพระวินัยบัญญัติ ประกอบธุรกิจการค้า ตั้งบริษัทค้าขาย กว้านซื้อที่ดิน ดำรงชีพด้วยความหรูหราฟุ่มเฟือย เป็นวิถีดำเนินของพระภิกษุในพุทธศาสนาหรือไม่ การบอกบุญที่ว่าบริจาคเงินมากได้บุญมากนั้น เป็นวิธีการบอกบุญตามหลักการพระพุทธศาสนาหรือไม่ เป็นต้น
ท้ายสุดของหนังสือฉบับนี้ยังเรียกร้องให้มหาเถรสมาคมให้ความกระจ่างในประเด็นทั้งหมดโดยเร็ว หากว่ามีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากพระธรรมวินัย อันจะเป็นอันตรายแก่พุทธศาสนาในภายภาคหน้า ก็ขอให้มีการสังคายนา เพื่อชำระสะสางให้เกิดความถูกต้อง เพื่อความมั่นคงของพุทธศาสนาด้วย
ขณะเดียวกันที่ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการเสวนาทางวิชาการเพื่อเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนาเรื่อง ธรรมกายปัญหาและทางออก โดยพระพยอม กัลยาโณบอกว่า วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่หลงยุคมาเกิด ตอนนี้ระบบอะไรต่าง ๆ มีการกระจาย อำนาจ หากวัดพระธรรมกายคิดว่าจะเอาที่นี่ใหญ่ที่สุดแบบนครเมกกะหรือนครวาติกัน แล้ววัดทั่วไปที่อยู่ตามชนบทก็จะมีการล่มสลายไปในตัว จะกลายเป็นปัญหายิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต อย่างบางคนเป็นเศรษฐีในต่างจังหวัดอุตส่าห์หอบเงินทองมาสนับสนุนวัดพระธรรมกาย ปล่อยให้วัดต่างจังหวัดแย่ลง เพราะถูกชักจูงไม่ให้มีการทำบุญที่อื่นนอกจากที่นี่ จึงต้องรีบดำเนินการอย่าให้วัดนี้เป็นตัวอย่างแก่วัดอื่น ทางออกนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสเพื่อคลายความอึดอัดใจของพระผู้ใหญ่ เพราะหากตัดสินใจไวไปอาจจะเสียศูนย์ได้เรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่
นายเสถียฐพงษ์ วรรณปก กล่าวว่า ไม่เคยมีกรณีไหนที่ทุกฝ่ายตื่นตัวเท่ากรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเรื่องนิพพานเป็นเรื่องใหญ่หลักใหญ่ของพุทธศาสนา อย่างไรก็ตามมหาเถรสมาคมยังไม่ได้ดำเนินการอะไรในเรื่องนี้เท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะเป็นการทำงานไม่มีระบบและไม่มีข้อมูล ดังนั้นจึงต้องมาช่วยกันรวบรวมข้อมูลเสนอ ซึ่งเหมือนจี้ให้มหาเถรสมาคมเร่งรีบทำงาน
นายทวีวัฒน์ บุญฑริกรัตน์ กล่าวว่า การเอาเงินบริจาคของประชาชนไปลงทุนในธุรกิจต่างๆถือว่าผิดหลักผิดวัตถุประสงค์ การที่มีคนทำบุญไปขอเงินคืนแล้วไม่ได้อาจมาจาก 2 ประเด็นคือ หวงไม่ยอมคืน กับไม่มีจะคืนเพราะเอาไปลงทุนในกิจการอื่นหมด เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นก็เกิดผลกระทบ การตีความในเรื่องหลักธรรมว่าผิดนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรง โดยเฉพาะในเรื่องพระนิพพานที่ระบุว่าเป็นอัตตา เพราะการที่ศาสนาพุทธต้องสูญหายไปจากอินเดียกลายเป็นฮินดูนั้นก็เกิดจากการตีความผิดนี่เอง ทั้งนี้การตีความผิดก็เกิดขึ้นแล้วอย่างกรณีของสันติอโศก แต่ก็มีการจัดการอย่างจริงจัง กรณีของวัดพระธรรมกายก็น่าจะอยู่ในข่ายเดียวกันไม่ควรเลือกปฏิบัติ
อย่างไรก็ดีควรจะมีองค์กรของพระสงฆ์ที่มาจากพุทธบริษัท 4 จัดการพวกอลัชชี รวมทั้งควรปฏิรูปพ.ร.บ.สงฆ์เพื่อปรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ประชาชน และพระสงฆ์ ให้ประชาชนมีโอกาสคุมพระสงฆ์เหมือนในอดีต โดยมีส่วนให้คุณให้โทษในเรื่องสมณศักดิ์ พระจะได้ฟังเสียงประชาชนบ้างไม่ใช่ฟังแต่ภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานของวัดพระธรรมกายว่า สามารถไปขอหลักฐานเอกสารต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหากได้รับการปฏิเสธไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานก็สามารถมาร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้ ทางสำนักงานจะพิจารณาดูว่ามีเหตุผลใดที่ไม่ให้
พระศรีปริยัติโมลีกล่าวว่า ได้ค้นในพระไตรปิฎกทั้งหมดแล้ว ไม่เคยเจอว่านิพพานเป็นอัตตา ซึ่งถ้านิพพานเป็นอัตตา พุทธศาสนาก็จะกลายเป็นศาสนาฮินดูทันที พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสตอบคำถามที่ว่านิพพานแล้วไปไหน คำตอบก็คือมันดับ การที่มาพูดถึงวัดพระธรรมกายก็เพราะอยากให้เกิดความดีงามเหมาะสม ควรมีการทบทวนตัวเองว่าตรงไหนบกพร่องก็ควรกลับมาแก้ไข
พระมหาจรรยากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกกระแสวัตถุนิยม ทุนนิยมเข้ามาครอบงำเป็นพื้นฐานหลักในการทำงานของวัดพระธรรมกายที่สำคัญวัดนี้เขาไม่เน้นในเรื่องนามธรรม แต่เอานามธรรมขุดขึ้นมาเป็นรูปธรรมเสมอ จะมีการเน้นถวายทานวัดเดียวเท่านั้นเป็นเสมือนระบบรวบอำนาจ บ้านเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีการกระจายอำนาจแล้ว วัดนี้ไม่กระจายอำนาจผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามองในแง่ของศรัทธามารวมศูนย์กันที่นี่อนาคตมหาเถรสมาคมจะมีความหมายมีอำนาจอยู่หรือไม่
"ธรรมกายในพระไตรปิฎกนั้นมีอยู่หลายประการ แต่มีความหมายในเชิงพุทธคุณเป็นแก่นธรรม การจะเห็นธรรมกายได้จะต้องเห็นผ่านโลกุตรธรรมหรืออริยสัจ 4 ต้องเห็นด้วยปัญญาจักษุ ไม่ใช่วิปัสนึกหรือนิมิต สรุปแล้วธรรมกายก็คือจิตที่ปราศจากกิเลสทั้งปวง ไม่ใช่สิ่งที่เห็นผ่านดวงแก้วดวงอะไรทั้งสิ้น"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการเสวนานั้น นายวรัญชัย โชคชนะ แกนนำกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ซึ่งได้มาร่วมฟังการเสวนาด้วยได้นำใบปลิวมาแจกจ่ายแก่สื่อมวลชน โดยระบุว่าในวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ทางกลุ่มจะเข้าเฝ้าเพื่อถวายหนังสือต่อสมเด็จพระสังฆราช พระญาณสังวร ที่วัดบวรนิเวศน์ฯ เพื่อเร่งรัดให้รีบดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย.