news4
Make your own free website on Tripod.com
ชี้บังคับนร.-นศ.เข้าวัดขัดรธน.

บังคับนักเรียนนิสิตนักศึกษาเข้าวัดพระธรรมกายขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ควรเป็นสิทธิและศรัทธามากกว่า ทนายแม็กไซไซแนะผู้ปกครองหากเด็กถูกข่มขู่ว่าไม่เข้าวัดพระธรรมกายจะไม่ผ่านการสอบให้ฟ้องร้องได้ทันที "พระมหาบุญถึง"ท้อพฤติกรรมอธิบดีกรมสามัญศึกษา พ้อไม่กว้างแล้วยังไม่รอบคอบต่างหาก ส่วน"ตูมตาม"คึกพักเดียวเริ่มหงอย "ธัมมชโย"ไม่ชี้แจงเรื่องถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเอง ให้ลิ่วล้อส่งคำชี้แจงไปตามสื่อมวลชนทุกแห่งแทน ชาวบ้านฮือโวยวัดธรรมกายสาขาเชียงใหม่ มีเลศนัยออกน.ส. 3 ก ผิดปกติ แถมชื่อเจ้าของไม่ใช่"พนาวัน" แต่เป็น"สวนสนบ่อหลวงการเกษตร"ต่างหาก "อำนวย"รับสอบกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่ดินจังหวัดแน่ออกมาได้ยังไง

นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและนักเขียนวิพากษ์สังคมชื่อดัง เปิดเผยถึงการเกณฑ์นักเรียน นิสิต นักศึกษาไปปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายว่า เป็นการขัดรัฐธรรมนูญโดยหลานชายแท้ๆของตน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังก็ถูกบังคับให้เข้าวัดพระธรรมกายด้วย โดยจัดให้เป็นกิจกรรมหนึ่งในการรับน้องใหม่ เพื่อให้รอบรู้ทั้งด้านโลกและทางด้านธรรม
"ผมก็ได้บอกกับหลานชายไปว่าให้กลับไปถามดูว่ามีสิทธิ์อะไรมาบังคับ แล้วยังบังคับให้ต้องนุ่งขาวห่มขาวนอนกางกลด ซึ่งเสียเงินทั้งนั้น "
การกระทำของข้าราชการครูหรือข้าราชการระดับใดก็ตาม ที่ใช้อำนาจบังคับบัญชาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือนักเรียน ต้องไปปฏิบัติธรรมกับทางวัดพระธรรมกายนี้ ขอยืนยันว่ามีการกระทำในลักษณะที่เป็นการผิดกฏหมายขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายอย่างไรก็ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวต่อสาธารณชนได้ทราบมีการบังคับอย่างไร เด็กไม่ไปจะเกิดผลอะไร เด็กไม่ไปแล้วรวมตัวมาร้องเรียนตามกฏหมายจะช่วยได้หรือไม่ ไม่นานนี้จะมีตัวอย่างออกมาร้องเรียนให้เห็น เพราะนักเรียนและผู้ปกครองจะทนไม่ได้ ซึ่งมีการแพร่กระจายไปตามสถานที่ต่างๆ ให้ช่วยกันเกณฑ์คนมาบวชอุบาสกอุบาสิกกาแก้วกันมากเหลือเกิน
อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นคณะสงฆ์ทำท่าจะไม่สนใจด้วยข้ออ้างว่าเป็นเรื่องของศรัทธา แต่ไม่ได้สนใจว่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นมาอย่างไร ถึงเวลาทางวัดพระธรรมกายนิมนต์ให้ไปบวชก็รับนิมนต์ไปบวชให้ ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างมาก ในเมื่อศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เปิดกว้างใครสนใจเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาก็ได้ไม่มาก็ได้ ใครอยากจะไปปฏิบัติกับวัดพระธรรมกายก็ได้ แต่การไปเกณฑ์นักเรียนนิสิตนักศึกษามาเข้าวัดพระธรรมกายเป็นการริดรอนสิทธิผิดทั้งกฏหมายแล้วยังผิดทางธรรมด้วย
ด้านนายทองใบ ทองเปาว์ ทนายความแมกไซไซกล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายแน่นอน การที่ใครจะไปปฏิบัติธรรมที่ใดเป็นสิทธิของแต่ละคน การที่ครูอาจารย์นับถือศรัทธาวัดพระธรรมกาย แล้วมาเกณฑ์นักเรียนให้ไปปฏิบัติธรรมกับวัดที่ตัวเองเชื่อเป็นความผิด ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูที่เจตนาว่าเป็นการบังคับหรือไม่ หากมีนักเรียนนักศึกษามาร้องเรียนก็สามารถดำเนินคดีกับครูอาจารย์ได้ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าครูอาจารย์จะไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองทำลงไป
"เรื่องนี้ต้องดูที่เจตนาหากพิสูจน์ได้ว่ามีการข่มขู่ว่าจะไม่ผ่านการสอบ ก็นำเรื่องมาฟ้องร้องได้เลยเพราะเป็นการทำผิดกฏหมาย การเข้าวัดเป็นเรื่องของศรัทธาไม่ใช่การบังคับข่มขู่ ขอให้การเข้าวัดเป็นเรื่องของสิทธิบุคคลแต่ละคนไม่สมควรต้องไปบังคับกัน"
พระมหาบุญถึง ชุตินฺธโร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า การเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาไปปฏิบัติธรรมที่วัดธรรมกายนี้เป็นความผิด ไม่ใช่การสั่งสอนในศาสนาพุทธและไม่ได้หมายความว่าเป็นการบอกบุญ เพราะการบอกบุญไม่ใช่การบังคับหรือมีการให้คะ แนนการเรียน การไปวัดต้องไปโดยความสมัครใจและศรัทธา
"อาตมารู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้มาก นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.กระทรวงศึกษาธิการเองตอนแรกก็ขะมัก เขม้นกับเรื่องนี้มาก แต่นานเข้าก็อ่อนแอเหมือนกัน รวมถึงนายกว้าง รอบคอบ อธิบดีกรมสามัญศึกษา ไม่ได้กว้างไม่ได้รอบคอบเลย ขณะที่เรื่องของวัดพระธรรมกายกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ กลับออกมาให้สัม ภาษณ์ในแง่คล้ายให้การสนับสนุน"
ขณะนี้เมื่อปัญหาวัดพระธรรมกายยังไม่มีความแน่ชัด ก็ขอให้ระงับการพาเด็กนักเรียนไปปฏิบัติธรรมเป็นการชั่วคราว มิเช่นนั้นก็จะเป็นการพาเด็กไปอบรมให้ทำบุญเป็นเงินกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ไม่ได้หมายความว่าการทำบุญนั้นไม่ดี การทำบุญเป็นเรื่องดีการไปปฏิบัติธรรมก็เป็นเรื่องดี เพราะการปฏิบัติธรรมเป็นการทำบุญเช่นกันแต่ไม่ใช่การบังคับ
ในวันเดียวกันวัดพระธรรมกายส่งคำชี้แจงฉบับหนึ่งมายัง"กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์" ลงชื่อมูลนิธิธรรมกาย เพื่อตอบโต้การเสนอข่าวของสื่อมวลชนในเรื่องของการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จังหวัดพิจิตรของพระราชภาวนาวิสุทธิ์(ธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจำนวน 156 ไร่ ซึ่งเป็นการถือกรรมสิทธิ์ส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับวัด โดยคำชี้แจงดังกล่าวลงชื่อมูลนิธิธรรมกาย
คำชี้แจงดังกล่าวระบุว่า ที่ดินจำนวน 156 ไร่ดังกล่าวนั้นมีประชาชนถวายให้ และใีการโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อปี 2534 ก่อนที่จะมีการดำเนินโครงการก่อสร้างมหาธรรมเจดีย์ จึงไม่ใช่เรื่องการนำเงินบริจาคส่วนนี้มาใช้ซื้อที่ดินดังกล่าว นอกจากนี้การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นกรมการศาสนาชี้ชัดแล้วว่าไม่ผิดกฎหมายหรือธรรมวินัยแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่ปฏิบัติโดยทั่วไป ยิ่งเมื่อมีการพัฒนาที่ดินนั้นเป็นสถานปฏิบัติธรรมน่าจะได้รับการอนุโมทนามากขึ้น
นอกจากนี้ยังเคยมีการดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้วหลายแห่ง และมีการพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นสถานปฏิบัติธรรมอาทิ ธุดงคสถานล้านนา ธุดงคสถานพิษณุโลก ธุดงคสถานปราจีนบุรี ศูนย์กัลยาณมิตรนครปฐม เป็นต้น การพัฒนาที่ดินเหล่านี้ต้องใช้ทุนทรัพย์และบุคลากรจำนวนไม่น้อยแต่ก็สามารถลุล่วงไปได้ด้วยดีเนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากพระราชภาวนาวิสุทธิ์ อย่างไรก็ตามการใช้จ่ายเงินมูลนิธินั้นมีระเบียบการเงินไว้อย่างเคร่งครัดและมีคณะกรรมการชุดต่างๆพิจารณาดำเนินการตามลำดับด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชลบุรีว่า ภายหลังจากที่เกิดข่าวฉาวในวัดพระธรรมกาย ปรากฎว่าสมาชิกวัดพระธรรมกายที่ชลบุรีได้พยายามสอบถามเรื่องนี้ไปยังพระราชภาวนาวิสุทธิ์เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง แต่ปรากฎว่าได้รับคำตอบเพียงว่าหากเรื่องราวดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจก็อย่าไปอ่านหนังสือพิมพ์เลย และขอให้ทุกคนปฏิบัติไปตามปกติเช่นเดิม ทำให้สมาชิกเหล่านี้เกิดความผิดหวังเพราะไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงกันอย่างมาก
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่บ้านบ่อหลวง ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมสนแก้ววนารามอันเป็นสาขาของวัดพระธรรมกาย เนื่องจากชาวบ้านละ แวกดังกล่าวไม่พอใจพฤติกรรม และแนวปฏิบัติของพระสงฆ์ที่วัดพระธรรมกายส่งไปประจำที่ศูนย์ดังกล่าว รวมทั้งไม่พอใจในเรื่องที่วัดพระธรรมกาย ร่วมกับบริษัทพนาวันสร้างรั้วปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านได้ใช้ถนนสาธารณะเพื่อการเกษตรและบ่อน้ำสาธารณะด้วย โดยบริเวณนี้มีชาวบ้านอาศัยน้ำนี้ประมาณ 4,000-5,000 คน สวน
จากการสังเกตการณ์พบว่า ชาวบ้านประมาณ 50 คนเดินทางมาร้องเรียนนายอำนวย ยศสุข ส.ส.เชียงใหม่ พรรคความหวังใหม่ โดยระบุว่าที่ดินผืนนี้ไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ์ในนามบริษัทพนาวันแต่อย่างใด แต่ออกในนามของบริษัทสวนสนบ้านบ่อหลวงการเกษตร ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 900-1,000 ไร่ และบริษัทดังกล่าวได้นำไปโอนต่อให้แก่บริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด ประเทศไทยจำกัดอีกทอดหนึ่ง
นอกจากนี้ชาวบ้านยังระบุว่า เมื่อปี 2539 ที่ดินอำเภอฮอดได้ปฏิเสธที่จะออกเอกสารสิทธิ์ให้ ทำให้ถูกย้ายภายใน 24 ชั่วโมงไปประจำอยู่ที่ที่ดินอำเภองาวโดยไม่ทราบสาเหตุด้วย ซึ่งเรื่องนี้นายอำนวยรับปากจะตรวจสอบทั้งหมด โดยจะเข้าไปตรวจสอบที่กระทรวงพาณิชย์และกรมที่ดินในวันจันทร์นี้